#Cop Hero Thailand Magazine สืบ ตม.6 จับแท็กซี่ป้ายดำรัสเซีย ขยายผลพบทำเป็นขบวนการผ่านเว็บ Website

สืบ ตม.6 จับแท็กซี่ป้ายดำรัสเซีย ขยายผลพบทำเป็นขบวนการผ่านเว็บ Website

สืบ ตม.6 จับแท็กซี่ป้ายดำรัสเซีย ขยายผลพบทำเป็นขบวนการผ่าน Website
วันที่ 27 มีนาคม 2555 เวลา 10.30 น.ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พีรวัส บุญลอย ผบก.ตม.6 ,พ.ต.อ.อรุษ แสงจันทร์ รอง ผบก.ตม.6 ร่วมแถลงข่าวจับกุมคดีคนต่างชาติกระทำความผิดรายสำคัญ และคดีที่น่าสนใจ ดังนี้
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.พีรวัส บุญลอย ผบก.ตม. 6 และ พ.ต.อ.ภคยศ ทนงค์ศักดิ์ ผกก.สส.บก.ตม.6 สั่งการให้ชุดสืบสวน สนธิกำลังกับ สภ.สาคู จว.ภูเก็ต ลงพื้นที่หลังจากได้รับการร้องเรียนจากสมาคมผู้ประกอบการรถแท็กซี่ท่าอากาศยานแห่งชาติภูเก็ตว่า มีกลุ่มคนต่างด้าวสัญชาติรัสเซีย มาประกอบอาชีพขับรถรับส่งนักท่องเที่ยวสัญชาติเดียวกัน โดยมีการโฆษณาผ่าน เว็บไซต์ https://gotripphuket.com ชุดสืบสวนฯจึงได้วางแผนจัดเตรียมให้สายลับปกปิดนามซึ่งสามารถอ่าน และสื่อสารภาษารัสเซียได้ เข้าไปติดต่อในเว็บไซต์ดังกล่าว ซึ่งได้ทราบถึงบริการของเว็บไซด์นี้ว่ามีการจัดหารถยนต์ พร้อมคนขับเพื่อไปรับ-ส่งผู้โดยสารต่างชาติในบริเวณท่าอากาศยานภูเก็ตและพื้นที่ใกล้เคียง และได้มีการติดต่อผ่าน Application Whatapps และเมื่อสายลับฯได้ทำการเพิ่มชื่อผู้ติดต่อในโปรแกรมดังกล่าวพบว่ารูปประจำตัวใน Application เป็นหญิงชาวต่างชาติ และได้มีการสนทนากันทราบว่าปลายทางเป็นผู้หญิงต่างชาติที่สื่อสารเป็นภาษารัสเซียจริง จากนั้นชุดสืบสวนจึงให้สายลับแจ้งความประสงค์ใช้บริการรถยนต์พร้อมคนขับเพื่อมารับนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียจากโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.สาคู ไปส่งยัง ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใน จว.ภูเก็ต โดยเรียกค่าโดยสารเที่ยวละ 800 บาท เมื่อสายลับฯตกลงราคาแล้ว ทางเว็บไซต์ดังกล่าวจะส่งข้อมูลรูปรถยนต์และรูปถ่ายคนขับพร้อมเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ จากนั้นเจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.6 ทำการอำพรางตัวเป็นนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเพื่อใช้บริการ และเมื่อรถยนต์และคนขับมารับเจ้าหน้าที่อำพรางตัวยังจุดนัดหมาย เจ้าหน้าที่อำพรางตัวจึงขึ้นรถยนต์ไป จึงพบว่าเป็นชายต่างชาติรูปลักษณ์ตรงกับข้อมูลที่สายลับฯ แจ้งมาจริง จึงได้ทำการสอบถามราคาพร้อมจ่ายเงินค่าจ้างขับรถรับ-ส่ง จากนั้นจึงได้ส่งสัญญาณให้ชุดสืบสวน บก.ตม.6 และ สภ.สาคู เข้าหยุดรถเพื่อตรวจสอบ
ในเบื้องต้นชายต่างด้าว (คนขับรถ) ไม่มีหนังสือเดินทางและใบอนุญาตทำงานมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ จึงได้ทำการตรวจสอบข้อมูลผ่าน ระบบ BIOMETRICS (ภาพถ่ายใบหน้าและลายพิมพ์นิ้วมือ) พบว่าคนขับรถยนต์ดังกล่าวคือ Mr. KONSTANTIN สัญชาติรัสเซีย อยู่เกินในราชอาณาจักรมาแล้ว 163 วัน (นับถึงวันจับกุม) จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.สาคู เพื่อดำเนินคดีในข้อหา “เป็นคนต่างด้าวทำงานไม่ได้รับอนุญาต และ อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” ต่อไป
สตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่าง ๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

You may have missed