#Cop Hero Thailand Magazine ตม.จว.กำแพงเพชร แกะรอยแก๊งขนต่างด้าวรวม 25 ชีวิตมาทิ้งกลาง

ตม.จว.กำแพงเพชร แกะรอยแก๊งขนต่างด้าวรวม 25 ชีวิตมาทิ้งกลาง

ตม.จว.กำแพงเพชร แกะรอยแก๊งขนต่างด้าวรวม 25 ชีวิตมาทิ้งกลางเมือง
ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ชำนาญ ชำนาญเวช ผบก.ตม. 5, พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง ผบก.ตม.5, พ.ต.อ.เศรษฐภัทร ณ สงขลา ผกก.สส.บก.ตม.5 และ ว่าที่ พ.ต.ท.จักกราวุฒิ สุภาภรณ์ประดับ สว.ตม.จว.กำแพงเพชร ร่วมแถลงข่าว ดังนี้
พบแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ถูกปล่อยทิ้งไว้บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดกำแพงเพชร จำนวน 5 ราย เจ้าหน้าที่ ตม.จว.กำแพงเพชร ได้ดำเนินการจับกุมบุคคลต่างด้าว สัญชาติ เมียนมา ทั้ง 5 ราย ในข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและ อยู่ในราชอาณาจักร โดยไม่ได้รับอนุญาต จากการสืบสวนขยายผล ตม.จว.กำแพงเพชร ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.กำแพงเพชร, เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว, เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง, เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองด้านความมั่นคงจังหวัดกำแพงเพชร และเจ้าหน้าที่ขนส่งจังหวัดกำแพงเพชร ได้ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบและตามเส้นทางต่างๆ พบว่ารถที่นำบุคคลต่างด้าวมาส่งไว้ที่เกิดเหตุ คือ รถเก๋งสีขาวยี่ห้อนิสสัน ทะเบียนชัยนาท จากการสืบสวนต่อไปพบว่า รถเก๋งสีขาวคันดังกล่าว มีผู้ครอบครองชื่อนายประมาณ(ทราบชื่อภายหลัง) จากการตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎร์และนำรูปภาพของนายประมาณ ให้บุคคลต่างด้าวทั้ง 5 รายดู และบุคคลต่างด้าวต่างยืนยันว่าบุคคลตามรูปภาพที่เจ้าหน้าที่นำมาให้ดูนั้น เป็นบุคคลคนเดียวกันกับคนที่ขับขี่รถเก๋งคันดังกล่าวในวันที่ เกิดเหตุ โดยตกลงรับพวกตนจาก จว.นครสวรรค์ เพื่อไปส่งที่ อ.แม่สอด จว.ตาก จากนั้นนายประมาณผู้ขับขี่รถ ได้นำพวกตนมาทิ้งไว้ในสถานที่เกิดเหตุ จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่มาพบและจับกุม เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐาน และร้องทุกข์กล่าวโทษแก่พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกำแพงเพชร ให้ดำเนินคดี กับนายประมาณ ในข้อหา“ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวพ้นจากการจับกุม” อันเป็นความผิดตามมาตรา 64 พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกำแพงเพชร ได้ออกหมายเรียกให้ นายประมาณ มารับทราบข้อกล่าวหา และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ในส่วนของบุคคลต่างด้าว ทั้ง 5 ราย พนักงานสอบสวนได้ส่งตัวให้กับ ตม.จว.กำแพงเพชร และดำเนินการผลักดันส่งกลับเป็นที่เรียบร้อยแล้วทางด่าน ตม.แม่สอด จว.ตาก พบแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ถูกปล่อยทิ้งไว้บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดกำแพงเพชร จำนวน 8 ราย เจ้าหน้าที่ ตม.จว.กำแพงเพชรได้ดำเนินการจับกุมบุคคลต่างด้าว สัญชาติ เมียนมา ทั้ง 8 ราย ในข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและ อยู่ในราชอาณาจักร โดยไม่ได้รับอนุญาต
จากการสืบสวนขยายผล ตม.จว.กำแพงเพชร ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.กำแพงเพชร, เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว, เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง, เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองด้านความมั่นคงจังหวัดกำแพงเพชร และเจ้าหน้าที่ขนส่งจังหวัดกำแพงเพชร ได้ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบและตามเส้นทางต่างๆ พบว่ารถที่นำบุคคลต่างด้าวมาส่งไว้ที่เกิดเหตุ คือ รถกระบะสี่ประตู สีขาวยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็ก ทะเบียนนครสวรรค์ จากการสืบสวนต่อไปพบว่า รถกระบะคันดังกล่าว มีผู้ครอบครอง ชื่อนายนิคม เบื้องต้นทราบว่า ผู้ครอบครองรถคันดังกล่าว ได้ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางจังหวัดนครสวรรค์ จึงได้ประสานเรือนจำกลางจังหวัดนครสวรรค์ เพื่อให้ทราบแน่ชัดว่า นายนิคม ถูกคุมขังอยู่จริงหรือไม่ และวันเวลาที่เกิดเหตุนั้น มีผู้ใดเป็นผู้ขับขี่รถกระบะคันดังกล่าว ต่อมาเจ้าหน้าที่ ตม.จว.กำแพงเพชร สืบทราบว่า ผู้ขับขี่รถกระบะคันดังกล่าว ในวันที่เกิดเหตุนั้นคือ นายพิษณุ จากการตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎร์และนำรูปภาพของ นายพิษณุ ให้บุคคลต่างด้าวทั้ง 8 รายดู บุคคลต่างด้าว ต่างยืนยันว่าบุคคลตามรูปภาพที่เจ้าหน้าที่ นำมาให้ดูนั้น เป็นบุคคลคนเดียวกันกับคนที่ขับขี่รถกระบะสี่ประตูคันดังกล่าวในวันที่เกิดเหตุ โดยตกลงรับพวกตนจาก จว.นครสวรรค์ เพื่อไปส่งที่ อ.แม่สอด จว.ตาก เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐาน ร้องทุกข์กล่าวโทษแก่พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกำแพงเพชร ให้ดำเนินคดีกับนายพิษณุ ผู้ขับขี่ ในข้อหา“ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวพ้นจากการจับกุม” อันเป็นความผิดตามมาตรา 64 พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522
พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกำแพงเพชร ได้ออกหมายเรียก ให้นายพิษณุ มารับทราบข้อกล่าวหา และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ในส่วนของบุคคลต่างด้าว ทั้ง 8 ราย พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกำแพงเพชรได้ส่งตัวบุคคลต่างด้าวให้กับ ตม.จว.กำแพงเพชร เพื่อผลักดันส่งกลับ และได้ผลักดันส่งกลับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางด่าน ตม.แม่สอด จว.ตาก
พบแรงงานต่างด้าวสัญชาติ เมียนมา ถูกปล่อยทิ้งไว้บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองกำแพงเพชร(หลังเก่า) จำนวน 5 ราย เจ้าหน้าที่ ตม.จว.กำแพงเพชร ได้ดำเนินการจับกุมบุคคลต่างด้าว สัญชาติเมียนมา ทั้ง 5 ราย ในข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และได้ร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกำแพงเพชร ให้ดำเนินคดีกับผู้ที่ขับขี่รถแท็กซี่ในข้อหา “ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวพ้นจากการจับกุม” อันเป็นความผิดตามมาตรา 64 พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522
จากการสืบสวนขยายผล ตม.จว.กำแพงเพชร ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.กำแพงเพชร, เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว, เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง, เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจังหวัดกำแพงเพชร และเจ้าหน้าที่ขนส่งจังหวัดกำแพงเพชร ตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่ารถที่นำบุคคลต่างด้าวมาส่งในที่เกิดเหตุ คือรถแท็กซี่สีเขียว-เหลือง ทะเบียน กทม. และจากการสืบสวนต่อไปพบว่า รถแท็กซี่คันดังกล่าวอยู่ในสังกัดของ สหกรณ์แท็กซี่สุวรรณภูมิ โดยในวันที่เกิดเหตุได้มี นายสุรินทร์ เป็นผู้เช่ารถไปขับขี่รับส่งผู้โดยสาร จึงได้ทำการตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎร์และนำรูปภาพของ นายสุรินทร์ ให้บุคคลต่างด้าว ทั้ง 5 รายดู และบุคคลต่างด้าวทั้ง 5 ราย ต่างยืนยันว่าบุคคลตามรูปภาพ ที่เจ้าหน้าที่นำมาให้ดูนั้น เป็นบุคคลคนเดียวกันกับคนที่ขับขี่รถแท็กซี่คันดังกล่าวในวันที่เกิดเหตุ โดยได้ตกลงรับพวกตนจาก จว.สมุทรสาคร เพื่อไปส่งที่ อ.แม่สอด จว.ตาก โดยเหมาจ่ายค่าโดยสารจำนวนทั้งสิ้น 5,000 บาท จากนั้นได้นำพวกตนมาส่งไว้ในที่เกิดเหตุ จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่มาพบและจับกุม
เจ้าหน้าที่ ตม.จว.กำแพงเพชร ได้รวบรวมพยานหลักฐานร้องทุกข์กล่าวโทษ แก่พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกำแพงเพชร เพื่อดำเนินคดีกับนายสุรินทร์ ในข้อหา “ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวพ้นจากการจับกุม” อันเป็นความผิดตามมาตรา 64 พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ในส่วนของบุคคลต่างด้าวทั้ง 5 ราย อยู่ในความควบคุมของ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกำแพงเพชร
พบแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ถูกปล่อยทิ้งไว้บริเวณริมถนนศาลาทางหลวง ต.ทรงธรรม อ.เมือง จว.กำแพงเพชร จำนวน 6 ราย โดยที่บุคคลต่างด้าว ทั้ง 6 ราย มีเอกสารประจำตัวถูกต้องครบถ้วน
จากการสืบสวนขยายผล ตม.จว.กำแพงเพชร ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.กำแพงเพชร, เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว, เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง, เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจังหวัดกำแพงเพชร และเจ้าหน้าที่ขนส่งจังหวัดกำแพงเพชร ตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่ารถที่นำบุคคลต่างด้าวมาส่งในที่เกิดเหตุ คือรถแท็กซี่สีเขียว-เหลือง ทะเบียนกรุงเทพ และจากการสืบสวนต่อไปพบว่า รถแท็กซี่คันดังกล่าวได้มี นายจักรพนธ์ เป็นผู้ขับขี่ จึงได้ทำการตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎร์และนำรูปภาพของ นายจักรพนธ์ ให้บุคคลต่างด้าว ทั้ง 5 รายดู และบุคคลต่างด้าวทั้ง 5 ราย ต่างยืนยันว่าบุคคลตามรูปภาพ ที่เจ้าหน้าที่นำมาให้ดูนั้น เป็นบุคคลคนเดียวกันกับคนที่ขับขี่รถแท็กซี่คันดังกล่าวในวันที่เกิดเหตุ โดยได้ตกลงรับพวกตนจาก กรุงเทพมหานคร เพื่อไปส่งที่ อ.แม่สอด จว.ตาก จากนั้นได้นำพวกตนมาส่งไว้ในที่เกิดเหตุ จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ มาพบและจับกุม เจ้าหน้าที่ จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวน สภ.ทรงธรรมให้ดำเนินคดี กับนายจักรพนธ์ ในข้อหา “ไม่ส่งคนโดยสาร ณ สถานที่ตกลงกันไว้หรือพาคนโดยสารไปทอดทิ้งระหว่างทาง” แห่ง พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522
พนักงานสอบสวน สภ.ทรงธรรม ได้ออกหมายเรียก ให้ นายจักรพนธ์ มารับทราบข้อกล่าวหา และดำเนินการตามกฎหมายเรียบร้อยแล้ว ในส่วนของบุคคลต่างด้าว ทั้ง 5 ราย พนักงานสอบสวน สภ.ทรงธรรม ได้อนุญาตให้เดินทางกลับประเทศ เมียนมา เป็นที่เรียบร้อย ทางด่าน ตม.แม่สอด จว.ตาก
สตม.ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม.มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับและมีเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง
ขอบคุณภาพข่าว : สตม.
Cop Hero Thailand Magazine รายงาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

You may have missed