#Cop Hero Thailand Magazine อยุธยา – สสว. ต่อยอด SME Knowledge Center จัดสัมมนาในพื้นที่อยุธยาแนะ “นวัตกรรมเกษตรอินทรีย์…ทางเลือกใหม่ SMEs ไทย” ชี้ตลาดอินทรีย์โต 3 ล้านล้านบาท

อยุธยา – สสว. ต่อยอด SME Knowledge Center จัดสัมมนาในพื้นที่อยุธยาแนะ “นวัตกรรมเกษตรอินทรีย์…ทางเลือกใหม่ SMEs ไทย” ชี้ตลาดอินทรีย์โต 3 ล้านล้านบาท

Cop Hero Thailand Magazine
อยุธยา – สสว. ต่อยอด SME Knowledge Center จัดสัมมนาในพื้นที่อยุธยา แนะ “นวัตกรรมเกษตรอินทรีย์…ทางเลือกใหม่ SMEs ไทย” ชี้ตลาดอินทรีย์โต 3 ล้านล้านบาท
วันนี้ (19 มิ.ย.63) เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ โรงแรมคาวาลิ คาซ่า รีสอร์ท อำเภอพระนคร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ดร.เพชรมณี ดาวเวียง รองผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมธุรกิจ SMEs ปฏิบัติงานช่วยควบคุม กำกับ ศูนย์ให้บริการ SMEs ครบวงจร(OSS) เป็นประธานเปิดกิจกรรม “นวัตกรรมเกษตรอินทรีย์ ทางเลือกใหม่ SMEs ไทย” เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และข้อมูลสำหรับผู้ประกอบการ SMEs กระจายสู่ภูมิภาค เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้ในตลาดสากล โดยมี นาย วุฒิพงศ์ กะสินัง เกษตรและสหกรณ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และผู้ประกอบการสนใจเข้าร่วมอบรม 200 คน
ดร.เพชรมณี ดาวเวียง กล่าวว่า สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว. มุ่งมั่นกับการพัฒนาผู้ประกอบการให้มีความรู้ครบในทุกมิติ ซึ่งผู้ประกอบการหลายท่านอาจยังไม่ทราบว่า ตนเองถนัดหรือขาดในเรื่องอะไร สสว. จึงได้ดำเนินงานพัฒนาองค์ความรู้สำหรับSMEs อย่างต่อเนื่อง ซึ่งวัตถุประสงค์ของ SME Knowledge Center คือ 1.จัดทำและพัฒนาองค์ความรู้และข้อมูลสำหรับเอสเอ็มอีเพื่อประโยชน์ในการทำธุรกิจ 2.จัดตั้งส่วนบริการ (Physical Site) ที่มีการให้คำปรึกษา โดยเน้นให้ความรู้เป็นกลุ่มย่อย เช่น จัดทำกรณีศึกษา จัดเวิร์กชอปหรือสัมมนาต่าง ๆ 3.ประเมินความเป็นไปได้ในการทำธุรกิจบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เช่น เฟซบุ๊ค ไลน์ ยูทูบ และ 4. ดูแลระบบโครงสร้างให้เหมาะสม ทั้งผู้สอนและผู้ประกอบการ และมีการติดตามผลอย่างใกล้ชิด
ดร.ตะวัน ห่างสูงเนิน ประธานมูลนิธิเกษตรรักษ์สิ่งแวดล้อม(ประเทศไทย) กล่าวว่า “สำหรับตลาดโลก ต้องถือว่าสินค้าอินทรีย์โตสุด มูลค่าเกือบ 3 ล้านล้านบาท และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีก 20% ต่อปี ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่เกษตรอินทรีย์ 300,000 ไร่ ภายในปี 2564 มีเป้าหมายเพิ่มขึ้นเป็น 600,000 ไร่ สำหรับตลาดส่งออกสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่สำคัญของเมืองไทย คือ สหรัฐอเมริกา ตามด้วยเยอรมันและฝรั่งเศส ส่วนเกษตรกรที่ต้องการจำหน่ายสินค้าอินทรีย์ภายในประเทศ จะต้องขอใบรับรองมาตรฐาน GAP (Good Agriculture Practices) และมาตรฐาน Q โดยจะต้องมีแหล่งน้ำที่สะอาด ไม่มีสารปนเปื้อนในดิน ไม่มีวัตถุอันตรายในการผลิต ตามข้อกำหนดของกรมวิชาการเกษตร การเก็บและขนย้ายต้องมีโรงเรือนที่ได้มาตรฐาน เป็นต้น แต่ถ้าต้องการส่งออกไปต่างประเทศ จะต้องมีมาตรฐานใบรับรอง Global GAP, EU GAP, ASEAN GAP”
โดยมุ่งเน้นให้ผู้ประกอบการได้เข้าถึงข้อมูลความรู้ง่ายขึ้น เข้าใจง่ายขึ้นและเรียนรู้ได้เร็วขึ้น ใช้สื่อออนไลน์และการผลิตสื่อมัลติมีเดีย เช่น อินโฟกราฟฟิกและคลิปวิดีโอต่าง ๆ เป็นหลัก ควบคู่ไปกับการลงพื้นที่ดำเนินการอบรมความรู้แก่ผู้ประกอบทั่วประเทศ แบ่งเป็น 5 ภูมิภาค อาทิ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก ภาคใต้ และภาคกลาง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร อยุธยา ในส่วนของออนไลน์นั้น ผู้ประกอบการสามารถเข้าใช้บริการและหาความรู้เพิ่มเติมได้ที่ www.smeknowledgecenter.com

เดชา  อุ่นขาว  Cop Hero Thailand Magazine รายงานจากอยุธยา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

You may have missed