#Cop Hero Thailand Magazine สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ร่วมแถลงข่าวระดมกวาดล้างปรามปราบ เด็กแว้น กระทำความผิดเกี่ยวกับการแข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องระหว่างวันที่ 20-30 มิถุนายน 2563

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ร่วมแถลงข่าวระดมกวาดล้างปรามปราบ เด็กแว้น กระทำความผิดเกี่ยวกับการแข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องระหว่างวันที่ 20-30 มิถุนายน 2563

วันที่ 2 ก.ค.63 เวลา 09.30 น. ณ กองบัญชาการตำรวจภูรภาค1 ถ.วิภาวดี รังสิต เขตจตุจักร กทม. พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปข.ตร.) เดินทางมาเป็นประธานในการแถลงข่าวการจับกุมการแข่งรถในทางสาธารณะในพื้นที่นครบาลและกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ช่วงระหว่างวันที่ 20 – 30 มิถุนายน 2563 เพื่อป้องกันการรวมตัวแข่งรถ หลังรัฐบาลยกเลิกเคอร์ฟิวและผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ โดยมีพล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ1,พล.ต.ท.ภัคพงษ์ พงษ์เภตรา ผบช.น.และเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด ผบช.ภ1และผบช.น. คอยให้การต้อนรับ โดยสามารถตรวจยึดรถจักรยานยนต์ได้ 11,743 คัน และรถยนต์อีก 208 คัน, จับกุมร้านดัดแปลงอุปกรณ์แต่งรถได้ 3,088 ราย,ดำเนินคดีร้านค้าร้านดัดแปลงรถหรืออุปกรณ์ 3,088 ราย, ดำเนินคดีกับแอดมินเพจ 93 ราย, ทำทัณฑ์บนบิดามารดาผู้ปกครอง 668 รายและมีคดีที่ศาลสั่งริบรถแล้ว 11 ราย และมี1ในจำนวนผู้หาคือ อดีตสามีดาราดัง นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญ หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง ที่ถูกจับกุมพร้อมกับเพื่อนรวม 8 คน หลังออกมารวมกลุ่มกันขับรถโดยประมาทหวาดเสียวบริเวณถนนวิภาวดีรังสิต หน้าโรงแรมรามาการ์เด้นส์ เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2563 ที่ผ่านมา พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผช.ผบ.ตร.ได้กล่าวว่าหลังจากนี้ ตำรวจทั่วประเทศ จะเดินหน้าสืบสวนหาข่าวการรวมตัวแข่งรถในทางสาธารณะอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการนัดหมายรวมตัวตามเพจ หรือ สื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ พร้อมวางแผนจับกุมขณะเกิดเหตุ และขยายผลไปถึงร้านค้าดัดแปลง สนับสนุนให้มีการแข่งรถ รวมถึง กองเชียร์ต่าง ๆ โดยทั้งหมดจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งขณะนี้ ตำรวจมีการเก็บข้อมูลกลุ่มเสี่ยงที่จะมีการแข่งรถแล้วกว่าแสนคน ที่จะมีการนำตัวมาอบรมพัฒนาจิตใจต่อไป ส่วนทางด้านพล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 ได้กล่าวว่า อยากจะฝากเตือนไปยังผู้ปกครองให้ดูแลบุตรหลานไม่ให้กระทำความผิดลักษณะนี้เพราะตำรวจได้ดำเนินการกวดขันกวาดล้างอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม ในส่วนของผู้ต้องหาที่เป็นแอดมินเพจต่าง ๆ บางส่วนอ้างว่า ไม่เคยนัดหมายให้มีการแข่งรถในทางสาธารณะ ขณะที่บางส่วนยอมรับผิด และฝากถึงผู้ที่คิดจะกระทำผิด อย่ามีพฤติกรรมลักษณะเดียวกัน เพราะนอกจากตนเองจะมีความผิดแล้ว พ่อแม่ผู้ปกครอง อาจถูกดำเนินคดีด้วย
นอกจากนี้ทางพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ยังมอบเงินตอบแทนการแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดให้กับประชาชน ทั้งการแข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องโดยมีผู้เข้าข่ายที่จะได้รีบเงินตอบแทน จำนวน 19 ราย เป็นเงิน 57,000 บาท และมีผู้แจ้งเบาะแสมากถึง 6,093 ราย.
#Cop Hero Thailand Magazine รายงาน
วันที่ 2 ก.ค.63 เวลา 09.30 น. ณ กองบัญชาการตำรวจภูรภาค1 ถ.วิภาวดี รังสิต เขตจตุจักร กทม. พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปข.ตร.) เดินทางมาเป็นประธานในการแถลงข่าวการจับกุมการแข่งรถในทางสาธารณะในพื้นที่นครบาลและกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ช่วงระหว่างวันที่ 20 – 30 มิถุนายน 2563 เพื่อป้องกันการรวมตัวแข่งรถ หลังรัฐบาลยกเลิกเคอร์ฟิวและผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ โดยมีพล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ1,พล.ต.ท.ภัคพงษ์ พงษ์เภตรา ผบช.น.และเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด ผบช.ภ1และผบช.น. คอยให้การต้อนรับ โดยสามารถตรวจยึดรถจักรยานยนต์ได้ 11,743 คัน และรถยนต์อีก 208 คัน, จับกุมร้านดัดแปลงอุปกรณ์แต่งรถได้ 3,088 ราย,ดำเนินคดีร้านค้าร้านดัดแปลงรถหรืออุปกรณ์ 3,088 ราย, ดำเนินคดีกับแอดมินเพจ 93 ราย, ทำทัณฑ์บนบิดามารดาผู้ปกครอง 668 รายและมีคดีที่ศาลสั่งริบรถแล้ว 11 ราย และมี1ในจำนวนผู้หาคือ อดีตสามีดาราดัง นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญ หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง ที่ถูกจับกุมพร้อมกับเพื่อนรวม 8 คน หลังออกมารวมกลุ่มกันขับรถโดยประมาทหวาดเสียวบริเวณถนนวิภาวดีรังสิต หน้าโรงแรมรามาการ์เด้นส์ เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2563 ที่ผ่านมา พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผช.ผบ.ตร.ได้กล่าวว่าหลังจากนี้ ตำรวจทั่วประเทศ จะเดินหน้าสืบสวนหาข่าวการรวมตัวแข่งรถในทางสาธารณะอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการนัดหมายรวมตัวตามเพจ หรือ สื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ พร้อมวางแผนจับกุมขณะเกิดเหตุ และขยายผลไปถึงร้านค้าดัดแปลง สนับสนุนให้มีการแข่งรถ รวมถึง กองเชียร์ต่าง ๆ โดยทั้งหมดจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งขณะนี้ ตำรวจมีการเก็บข้อมูลกลุ่มเสี่ยงที่จะมีการแข่งรถแล้วกว่าแสนคน ที่จะมีการนำตัวมาอบรมพัฒนาจิตใจต่อไป ส่วนทางด้านพล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 ได้กล่าวว่า อยากจะฝากเตือนไปยังผู้ปกครองให้ดูแลบุตรหลานไม่ให้กระทำความผิดลักษณะนี้เพราะตำรวจได้ดำเนินการกวดขันกวาดล้างอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม ในส่วนของผู้ต้องหาที่เป็นแอดมินเพจต่าง ๆ บางส่วนอ้างว่า ไม่เคยนัดหมายให้มีการแข่งรถในทางสาธารณะ ขณะที่บางส่วนยอมรับผิด และฝากถึงผู้ที่คิดจะกระทำผิด อย่ามีพฤติกรรมลักษณะเดียวกัน เพราะนอกจากตนเองจะมีความผิดแล้ว พ่อแม่ผู้ปกครอง อาจถูกดำเนินคดีด้วย
นอกจากนี้ทางพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ยังมอบเงินตอบแทนการแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดให้กับประชาชน ทั้งการแข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องโดยมีผู้เข้าข่ายที่จะได้รีบเงินตอบแทน จำนวน 19 ราย เป็นเงิน 57,000 บาท และมีผู้แจ้งเบาะแสมากถึง 6,093 ราย.
#Cop Hero Thailand Magazine รายงาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

You may have missed