#Cop Hero Thailand Magazine ปส.แถลงข่าวการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 3 คดี ผู้ต้องหา 11 คน ของกลางยาบ้า ประมาณ 1,486,000 เม็ด กัญชา น้ำหนักประมาณ 2,400 กิโลกรัมและ เคตามีน น้ำหนักประมาณ 6 กิโลกรัม

ปส.แถลงข่าวการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 3 คดี ผู้ต้องหา 11 คน ของกลางยาบ้า ประมาณ 1,486,000 เม็ด กัญชา น้ำหนักประมาณ 2,400 กิโลกรัมและ เคตามีน น้ำหนักประมาณ 6 กิโลกรัม

ปส.แถลงข่าวการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญ
จำนวน 3 คดี ผู้ต้องหา 11 คน ของกลาง ยาบ้า จำนวนประมาณ 1,486,000 เม็ด
กัญชา น้ำหนักประมาณ 2,400 กิโลกรัม และเคตามีน น้ำหนักประมาณ 6 กิโลกรัม
วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ.2563 เวลา 10.00 น.
ณ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด
พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วย ผบ.ตร.(ปป.1),พล.อ.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ เลขาธิการ กอ.รมน.,พล.ท.ฉลองชัย ชัยยะคำ แม่ทัพภาคที่ 3/ผอ.ศป.ปส.ทภ.3,และ นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส.,พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส., พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.สรไกร พูลเพิ่ม รอง ผบช.ปส.,พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ รอง ผบช.ปส./โฆษก บช.ปส.,พล.ต.ต.มงคล วรุณโณ รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.กฤษณ์ วาฤทธิ์ ผบก.ปส.1, พล.ต.ต.วัชรินทร์ บุญคง ผบก.ปส.2,พล.ต.ต.วัชระ ทิพย์มงคล ผบก.ปส.3, พล.ต.ต.วุฒิพงษ์ นาวิน ผบก.ปส.4, พล.ต.ต.บัณฑิต ทิศาภาค ผบก.สกส.,
พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.ขส., พล.ต.ต.ภาณุวิชญ์ ทองยิ้ม ผบก.อก.บช.ปส., พล.ต.ต.หญิง วนิดา หาญบุญเศรษฐ
ผบก.ประจำ บช.ปส.
สำนักงาน ป.ป.ส. โดย พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองเลขาธิการ ป.ป.ส.,นายมานิต โกเมศ ผอ.ปปส.ภ.5, นายบัญชา โทสมัย ผอ.สปป.
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร โดย พล.ท.ธนณัฐ ยังเฟื่องมนต์ ผอ.ศปป.2 กอ.รมน.,
พล.ต.วิริยะ ศรีบัวชุม รอง ผอ.ศปป.2 กอ.รมน.,พ.อ.ปกรณ์ ธรรมโชติ, พ.อ.นิคม ชุมภู ฝขว.ศปก.ทบ.
ศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย โดย พล.ท.วิชัย ชูเชิด ผู้บัญชาการ ศูนย์รักษา
ความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย
กองทัพภาคที่ 3 โดย พล.ต.บัญชา ดุริยพันธ์ รองแม่ทัพภาคที่ 3, พ.อ.ปกรณ์ ธรรมโชติ รอง เสธ ศอ.ปส.ชน.
ตำรวจภูธรภาค 5 โดย พล.ต.ต.วันชัย สุวรรณศิริเขต รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.อนุชา อ่วมเจริญ ผบก.ภ.จว.ลำปาง
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบช.ก., พล.ต.ต.ชัช สุกแก้วณรงค์ ผบก.ทล.
เจ้าหน้าที่ทหาร ศป.บส.ชน. โดย พล.ท.สุภโชค ธวัชพีระชัย มทน.3/ผบ.ศป.บส.ชน.
เจ้าหน้าที่ทหาร ศขย.สปก.ฝขว.ศปก.ทบ. โดย พล.ต.กิตติภพ กัณฑศิลป์ หน.ศขย.สปก.ฝขว.ศปก.ทบ.
คดีที่ 1
เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2563 เวลาประมาณ 01.30 น. เจ้าพนักงานตำรวจ บก.ปส.2 บช.ปส. ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ทำการจับกุมผู้ต้องหายาเสพติดรายสำคัญ ผู้ต้องหา 2 คน
ผู้ต้องหา
1. นายพีรพัฒน์ ชัยสุนทร อายุ 24 ปี ที่อยู่ 30/7 ถ.เด่นพัฒนา ต.ในเมืองเพชรบูรณ์ จว.เพชรบูรณ์
2. นางสาวจริยา นิยมเพ็ง อายุ 24 ปี ที่อยู่ 30/7 ถ.เด่นพัฒนา ต.ในเมืองเพชรบูรณ์ จว.เพชรบูรณ์
ของกลางจำนวน 3 รายการ
1. ยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชาอัดแท่ง) น้ำหนักประมาณ 400 กิโลกรัม
รถยนต์ตู้ ยี่ห้อฮุนได รุ่นH1 สีน้ำเงิน จำนวน 1 คัน (ยานพาหนะลำเลียงยาเสพติด)
โทรศัพท์มือถือ จำนวน 3 เครื่อง โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันกับพวกที่หลบหนีมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยผิดกฎหมาย” สถานที่เกิดเหตุ/จับกุมบริเวณถนนนิตโยหน้าไปรษณีย์ สาขาสว่างแดนดิน ต.สว่างแดนดิน อ.สว่างแดนดิน จว.สกลนคร พฤติการณ์แห่งคดี ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ติดตามสืบสวนเครือข่ายนักค้ายาเสพติด ว่ามีกลุ่มผู้ลักลอบลำเลียงยาเสพติด ซึ่งมีพฤติการณ์เป็นผู้รับงานขนและลำเลียงยาเสพติดจากนายทุนพ่อค้ายาเสพติด โดยจะขนส่งและลำเลียงยาเสพติด จากพื้นที่ชายแดนจังหวัดนครพนม ส่งมอบให้กับลูกค้าในเขตพื้นที่ตอนใน โดยจะใช้เส้นทาง จว.นครพนม-จว.สกลนคร-จว.อุดรธานี–จว.หนองบัวลำภู-จว.ขอนแก่น-จว.เพชรบูรณ์ เพื่อส่งมอบให้กับลูกค้าของผู้ว่าจ้างปลายทาง จว.กรุงเทพฯ เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และได้รับคำสั่งให้ดำเนินการสืบสวนสกัดกั้น จับกุม กลุ่มบุคคลดังกล่าว จนกระทั่งวันที่ 19 มิถุนายน 2563 เวลาประมาณ 01.30 น. สามารถจับกุมผู้ต้องพร้อมของกลางยาเสพติด (กัญชาอัดแท่ง) น้ำหนักประมาณ 400 กิโลกรัม ซึ่งบรรจุอยู่ภายในกระสอบซุกซ่อนภายในห้องโดยสารรถยนต์ ส่งพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เพื่อขยายผลดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป คดีที่ 2 เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2563 เวลา 05.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ขส.บช.ปส. ร่วมกับ บก.สกส.บช.ปส., บก.ปส.3 บช.ปส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด จำนวน 3 คน คือ ผู้ต้องหา นายทรงกลด ศรีหะรัญ อายุ 40 ปี บ้านเลขที่ 191/15 หมู่ 8 ต.หัวไทร อ.หัวไทร จว.นครศรีธรรมราช
นายชัยศรี คงอักษร อายุ 63 ปี บ้านเลขที่ 40/5 หมู่ 3 ต.ต้นเปา อ.สันกำแพง จว.เชียงใหม่
น.ส.รัชนก บุญทา อายุ 36 ปี บ้านเลขที่ 224/122 หมู่ 3 ต.สันผักหวาน อ.หางดง จว.เชียงใหม่
ของกลางจำนวน 3 รายการ
ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) จำนวน 1,486,000 เม็ด
รถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ จำนวน 1 คัน
โทรศัพท์มือถือ จำนวน 3 เครื่อง
โดยกล่าวหาว่า
“ร่วมกันกับพวกที่หลบหนีมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย”
สถานที่เกิดเหตุ/จับกุมบริเวณซอยทางเข้าหมู่บ้านแม่ปะดอย ม.7 ต.แม่ปะ อ.เถิน จว.ลำปาง
พฤติการณ์แห่งคดี ก่อนเกิดเหตุ จากการสืบสวนขยายผลคดียาเสพติด 2 คดี
คือ
เมื่อวันที่ 16 ม.ค.2563 เวลา 19.30 น. กก.ปพ.บก.สส.ภ.1 จับกุมผู้ต้องหารวม 4 ราย พร้อมด้วยของกลางยาบ้า 2,100,000 เม็ด เหตุเกิดถนนสายเอเชีย (ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ) บริเวณจุดกลับรถ กม.ที่ 65/66
ม.4 ต.ไชยภูมิ อ.ไชโย จว.อ่างทอง
และเมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2563 บก.สส.ภ.5 จับกุมผู้ต้องหา 2 คน พร้อมของกลางยาบ้า 2,322,000 เม็ด เหตุเกิด พื้นที่ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สืบสวนขยายผลและรับแจ้งข้อมูลจากสายลับทราบว่า มีกลุ่มนักค้ายาเสพติดในพื้นที่ภาคกลางซึ่งเกี่ยวข้องกับ 2 คดีข้างต้น มีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดโดยใช้รถเก๋งจำนวน 2 คัน กับรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ คันของกลาง ต่อมาวันที่ 17 มิถุนายน 2563 ได้สืบสวนพบรถยนต์ทั้งสามคันดังกล่าวเดินทางจากพื้นที่ภาคกลางขึ้นมาทางภาคเหนือ และขับตามกันขึ้นไปถึง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่รับยาเสพติด แล้วเดินทางกลับลงมา เมื่อรถยนต์กระบะดังกล่าวขับไปถึงด่านตรวจวังดิน อ.ลี้ จว.ลำพูน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เรียกตรวจรถยนต์กระบะดังกล่าว แต่รถยนต์กระบะดังกล่าวไม่ยอมหยุดรถและขับเบียดรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วหลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้จัดกำลังค้นหารถยนต์กระบะดังกล่าว จนวันที่ 18 มิถุนายน 2563 ได้ตรวจพบรถยนต์กระบะดังกล่าวจอดซุกซ่อนอยู่ในซอยเข้าหมู่บ้านแม่ปะดอย อ.เถิน จ.ลำปาง จึงจัดกำลังซุ่มเฝ้าดูพฤติการณ์
ต่อมาวันที่ 21 มิถุนายน 2563 เวลาประมาณ 05.30 น. ได้พบรถยนต์เก๋งสีขาว ยี่ห้อโตโยต้า ยาริส ได้ขับมาที่จุดจอดรถยนต์กระบะดังกล่าว และ น.ส.รัชนก บุญทา ผู้ต้องหาที่ 3 ได้ลงจากรถเดินไปที่รถยนต์กระบะและใช้กุญแจเปิดเข้าไปสตาร์ทรถ ส่วนรถยนต์เก๋งสีขาว ยี่ห้อโตโยต้า ยาริส ซึ่งมีนายทรงกลด ศรีหะรัญ ผู้ต้องหาที่ 1 เป็นคนขับ และนายชัยศรี คงอักษร ผู้ต้องหาที่ 2 นั่งมาด้วย ได้ขับไปจอดดูต้นทางที่ปากซอย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงเข้าควบคุมตัว น.ส.รัชนกฯ และเข้าสกัดรถยนต์เก๋งที่ปากซอยและควบคุมตัวนายทรงกลดฯ และนายชัยศรีฯ ไว้ได้ จากนั้นนำมาตรวจค้นรถยนต์กระบะดังกล่าว พบยาบ้าของกลาง จำนวนประมาณ 1,486,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ใต้ที่นอนเก่าและสุ่มไก่เหล็กในกระบะ จึงจับกุมผู้ต้องหาทั้งสามคนพร้อมของกลาง สอบถามสอบถามผู้ต้องหาทั้งสามรับว่าได้รับคำสั่งจากชายชื่ออิฐ โดยนายอิฐกับผู้ต้องหาทั้งสามร่วมกันทำธุรกิจรับถมที่ดิน โดยได้ตั้งไลน์กลุ่มของทั้งสี่คนไว้ในการติดต่อกัน ชื่อไลน์กลุ่ม “ทีมงานคนใต้นิ” และนายอิฐเป็นคนสั่งให้ผู้ต้องหาทั้งสามมานำรถกระบะของกลางดังกล่าวออกไป โดยให้ไปเอากุญแจรถที่ซ่อนไว้ในช่องของฐานรองแผ่นโต๊ะหินอ่อนที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ 7-11 ที่สามแยกดอนไชย อ.เถิน จ.ลำปาง จากนั้นผู้ต้องหาทั้งสามคนจึงพากันไปเอากุญแจมาไขสตาร์ทรถแล้วถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ซุ่มอยู่เข้าจับกุมดังกล่าว จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เพื่อขยายผลดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. เข้าตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหาทั้งสามคน และได้ตรวจยึดทรัพย์สินไว้ตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ อาทิ บ้านพร้อมที่ดิน 2 หลัง และโฉนดที่ดินอีกหลายรายการ มูลค่าประมาณ 18,000,000 บาท, รถยนต์ 1 คัน มูลค่าประมาณ 500,000 บาท และ อายัดเงินในบัญชี 3,705,232 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึด ประมาณ 22,205,232 บาท
คดีที่ 3
เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 เวลา 09.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ขส.บช.ปส. ร่วมกับ บก.ปส.2 บช.ปส. และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด จำนวน 6 คน คือ
ผู้ต้องหา
นายมงคล ชนธนาศิลป์ อายุ 31 ปี บ้านเลขที่ 68 หมู่ 6 ต.นาตาล อ.ท่ากันโท จว.กาฬสินธุ์
นายธนบดี ยะคะเสม อายุ 48 ปี บ้านเลขที่ 1025 ซ.ศ ธรนินทร์ 10 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กทม.
น.ส.บุษยาภรณ์ รังวิจี อายุ 36 ปี บ้านเลขที่ 146/1 หมู่ 9 ต.ทุ่งคลอง อ.คำม่วง จว.กาฬสินธุ์
นายนิโรจน์ มิ่งขวัญ อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 285 หมู่ 3 ต.แวงน้อย อ.แวงน้อย จว.ขอนแก่น
นายบุญพร้อม หลักหนองบุ อายุ 30 ปี บ้านเลขที่ 69 หมู่ 10 ต.หนองนาคำ อ.เมือง จว.อุดรธานี
น.ส.ภัทรชา ทวีวัน อายุ 38 ปี บ้านเลขที่ 51 หมู่ 8 ต.นายูง อ.ศรีธาตุ จว.อุดรธานี
ของกลางจำนวน 4 รายการ
ยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) น้ำหนักประมาณ 2,000 กิโลกรัม
ยาเสพติดให้โทษและวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 (เคตามีน) น้ำหนักประมาณ 6 กิโลกรัม
รถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า จำนวน 1 คัน
โทรศัพท์มือถือ จำนวน 5 เครื่อง
โดยกล่าวหาว่า
“ร่วมกันกับพวกที่หลบหนีมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย”
สถานที่เกิดเหตุ/จับกุม
บริเวณริมถนนสายหนองหาน – กุมภวาปี หมู่ 4 ต.หนองไผ่ อ.หนองหาน จว.อุดรธานี ต่อเนื่องบริเวณริมถนน หมู่ 7 ต.บ้านจืด อ.กู่แก้ว จว.อุดรธานี ต่อเนื่องบริเวณพื้นที่ บ.ค้อ หมู่ 5 ต.คอนสาย อ.กู่แก้ว จว.อุดรธานี
พฤติการณ์แห่งคดี ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีกลุ่มลำเลียงยาเสพติด ได้เดินทางขึ้นมาลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ตามแนวชายแดน จว.บึงกาฬ เพื่อนำไปส่งมอบในพื้นที่ตอนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในการลำเลียงมีบุคคลในเครือข่ายและรถยนต์หลายคัน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เฝ้าสังเกตการณ์ตามเส้นทางถนนระหว่าง อ.เซกา จว.บึงกาฬ – อ.อากาศอำนวย จว.สกลนคร พบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า (ทำเป็นตู้ทึบมีฝาปิด) รถยนต์ ยี่ห้อมาสด้า และรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ขับตามกันมาโดยทิ้งช่วงห่างเป็นระยะ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้สะกดรอยติดตามรถยนต์เป้าหมาย จนกระทั่งรถยนต์เป้าหมายขับมาถึงบริเวณถนนสาย อ.หนองหาน – อ.กุมภวาปี หมู่ 4 ต.หนองไผ่ อ.หนองหาน จว.อุดรธานี เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอทำการตรวจค้นรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ Toyota มีนายมงคลฯ ผู้ต้องหาที่ 1 เป็นคนขับ พบกัญชาวางซุกซ่อนอยู่ภายใน กระบะหลัง จึงได้แจ้งให้ชุด สะกดรอยติดตามรถยนต์ยี่ห้อมาสด้า และรถยนต์ Toyota Fortuner ซึ่งเป็นรถนำและ ดูต้นทางให้กับรถลำเลียงยาเสพติด ตรวจค้นรถยนต์ทั้ง 2 คัน ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย จึงจับกุมผู้ต้องหา พร้อมของกลาง แนะนำตัว ผู้ถูกจับพร้อมของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เพื่อขยายผลดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ป.ป.ส ตรวจยึดรถยนต์จำนวน 21 คัน เพื่อไว้ตรวจสอบข้อมูลค่าประมาณ 10,000,000 บาท
ปส.แถลงข่าวการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญ
จำนวน 3 คดี ผู้ต้องหา 11 คน ของกลาง ยาบ้า จำนวนประมาณ 1,486,000 เม็ด
กัญชา น้ำหนักประมาณ 2,400 กิโลกรัม และเคตามีน น้ำหนักประมาณ 6 กิโลกรัม
วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ.2563 เวลา 10.00 น.
ณ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด
พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วย ผบ.ตร.(ปป.1),พล.อ.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ เลขาธิการ กอ.รมน.,พล.ท.ฉลองชัย ชัยยะคำ แม่ทัพภาคที่ 3/ผอ.ศป.ปส.ทภ.3,และ นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส.,พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส., พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.สรไกร พูลเพิ่ม รอง ผบช.ปส.,พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ รอง ผบช.ปส./โฆษก บช.ปส.,พล.ต.ต.มงคล วรุณโณ รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.กฤษณ์ วาฤทธิ์ ผบก.ปส.1, พล.ต.ต.วัชรินทร์ บุญคง ผบก.ปส.2,พล.ต.ต.วัชระ ทิพย์มงคล ผบก.ปส.3, พล.ต.ต.วุฒิพงษ์ นาวิน ผบก.ปส.4, พล.ต.ต.บัณฑิต ทิศาภาค ผบก.สกส.,
พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.ขส., พล.ต.ต.ภาณุวิชญ์ ทองยิ้ม ผบก.อก.บช.ปส., พล.ต.ต.หญิง วนิดา หาญบุญเศรษฐ
ผบก.ประจำ บช.ปส.
สำนักงาน ป.ป.ส. โดย พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองเลขาธิการ ป.ป.ส.,นายมานิต โกเมศ ผอ.ปปส.ภ.5, นายบัญชา โทสมัย ผอ.สปป.
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร โดย พล.ท.ธนณัฐ ยังเฟื่องมนต์ ผอ.ศปป.2 กอ.รมน.,
พล.ต.วิริยะ ศรีบัวชุม รอง ผอ.ศปป.2 กอ.รมน.,พ.อ.ปกรณ์ ธรรมโชติ, พ.อ.นิคม ชุมภู ฝขว.ศปก.ทบ. ศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย โดย พล.ท.วิชัย ชูเชิด ผู้บัญชาการ ศูนย์รักษา
ความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย
กองทัพภาคที่ 3 โดย พล.ต.บัญชา ดุริยพันธ์ รองแม่ทัพภาคที่ 3, พ.อ.ปกรณ์ ธรรมโชติ รอง เสธ ศอ.ปส.ชน.
ตำรวจภูธรภาค 5 โดย พล.ต.ต.วันชัย สุวรรณศิริเขต รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.อนุชา อ่วมเจริญ ผบก.ภ.จว.ลำปาง
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบช.ก., พล.ต.ต.ชัช สุกแก้วณรงค์ ผบก.ทล.
เจ้าหน้าที่ทหาร ศป.บส.ชน. โดย พล.ท.สุภโชค ธวัชพีระชัย มทน.3/ผบ.ศป.บส.ชน.
เจ้าหน้าที่ทหาร ศขย.สปก.ฝขว.ศปก.ทบ. โดย พล.ต.กิตติภพ กัณฑศิลป์ หน.ศขย.สปก.ฝขว.ศปก.ทบ.
คดีที่ 1
เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2563 เวลาประมาณ 01.30 น. เจ้าพนักงานตำรวจ บก.ปส.2 บช.ปส. ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ทำการจับกุมผู้ต้องหายาเสพติดรายสำคัญ ผู้ต้องหา 2 คน
ผู้ต้องหา
นายพีรพัฒน์ ชัยสุนทร อายุ 24 ปี ที่อยู่ 30/7 ถ.เด่นพัฒนา ต.ในเมืองเพชรบูรณ์ จว.เพชรบูรณ์ 2.นางสาวจริยา นิยมเพ็ง อายุ 24 ปี ที่อยู่ 30/7 ถ.เด่นพัฒนา ต.ในเมืองเพชรบูรณ์ จว.เพชรบูรณ์ ของกลางจำนวน 3 รายการ
ยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชาอัดแท่ง) น้ำหนักประมาณ 400 กิโลกรัม
รถยนต์ตู้ ยี่ห้อฮุนได รุ่นH1 สีน้ำเงิน จำนวน 1 คัน (ยานพาหนะลำเลียงยาเสพติด)
โทรศัพท์มือถือ จำนวน 3 เครื่อง
โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันกับพวกที่หลบหนีมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยผิดกฎหมาย” สถานที่เกิดเหตุ/จับกุมบริเวณถนนนิตโยหน้าไปรษณีย์ สาขาสว่างแดนดิน ต.สว่างแดนดิน อ.สว่างแดนดิน จว.สกลนคร
พฤติการณ์แห่งคดี ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ติดตามสืบสวนเครือข่ายนักค้ายาเสพติด
ว่ามีกลุ่มผู้ลักลอบลำเลียงยาเสพติด ซึ่งมีพฤติการณ์เป็นผู้รับงานขนและลำเลียงยาเสพติดจากนายทุนพ่อค้ายาเสพติด โดยจะขนส่งและลำเลียงยาเสพติด จากพื้นที่ชายแดนจังหวัดนครพนม ส่งมอบให้กับลูกค้าในเขตพื้นที่ตอนใน โดยจะใช้เส้นทาง จว.นครพนม-จว.สกลนคร-จว.อุดรธานี–จว.หนองบัวลำภู-จว.ขอนแก่น-จว.เพชรบูรณ์ เพื่อส่งมอบให้กับลูกค้าของผู้ว่าจ้างปลายทาง จว.กรุงเทพฯ เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และได้รับคำสั่งให้ดำเนินการสืบสวนสกัดกั้น จับกุม กลุ่มบุคคลดังกล่าว จนกระทั่งวันที่ 19 มิถุนายน 2563 เวลาประมาณ 01.30 น. สามารถจับกุมผู้ต้องพร้อมของกลางยาเสพติด (กัญชาอัดแท่ง) น้ำหนักประมาณ 400 กิโลกรัม ซึ่งบรรจุอยู่ภายในกระสอบซุกซ่อนภายในห้องโดยสารรถยนต์ ส่งพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เพื่อขยายผลดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
คดีที่ 2
เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2563 เวลา 05.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ขส.บช.ปส. ร่วมกับ บก.สกส.บช.ปส., บก.ปส.3 บช.ปส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด จำนวน 3 คน
คือ ผู้ต้องหา
นายทรงกลด ศรีหะรัญ อายุ 40 ปี บ้านเลขที่ 191/15 หมู่ 8 ต.หัวไทร อ.หัวไทร จว.นครศรีธรรมราช
นายชัยศรี คงอักษร อายุ 63 ปี บ้านเลขที่ 40/5 หมู่ 3 ต.ต้นเปา อ.สันกำแพง จว.เชียงใหม่
น.ส.รัชนก บุญทา อายุ 36 ปี บ้านเลขที่ 224/122 หมู่ 3 ต.สันผักหวาน อ.หางดง จว.เชียงใหม่
ของกลางจำนวน 3 รายการ
ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) จำนวน 1,486,000 เม็ด
รถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ จำนวน 1 คัน
โทรศัพท์มือถือ จำนวน 3 เครื่อง
โดยกล่าวหาว่า
“ร่วมกันกับพวกที่หลบหนีมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย”
สถานที่เกิดเหตุ/จับกุมบริเวณซอยทางเข้าหมู่บ้านแม่ปะดอย ม.7 ต.แม่ปะ อ.เถิน จว.ลำปาง
พฤติการณ์แห่งคดี ก่อนเกิดเหตุ จากการสืบสวนขยายผลคดียาเสพติด 2 คดี
คือ
เมื่อวันที่ 16 ม.ค.2563 เวลา 19.30 น. กก.ปพ.บก.สส.ภ.1 จับกุมผู้ต้องหารวม 4 ราย พร้อมด้วยของกลางยาบ้า 2,100,000 เม็ด เหตุเกิดถนนสายเอเชีย (ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ) บริเวณจุดกลับรถ กม.ที่ 65/66
ม.4 ต.ไชยภูมิ อ.ไชโย จว.อ่างทอง
และเมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2563 บก.สส.ภ.5 จับกุมผู้ต้องหา 2 คน พร้อมของกลางยาบ้า 2,322,000 เม็ด เหตุเกิด พื้นที่ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สืบสวนขยายผลและรับแจ้งข้อมูลจากสายลับทราบว่า มีกลุ่มนักค้ายาเสพติดในพื้นที่ภาคกลางซึ่งเกี่ยวข้องกับ 2 คดีข้างต้น มีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดโดยใช้รถเก๋งจำนวน 2 คัน กับรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ คันของกลาง ต่อมาวันที่ 17 มิถุนายน 2563 ได้สืบสวนพบรถยนต์ทั้งสามคันดังกล่าวเดินทางจากพื้นที่ภาคกลางขึ้นมาทางภาคเหนือ และขับตามกันขึ้นไปถึง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่รับยาเสพติด แล้วเดินทางกลับลงมา เมื่อรถยนต์กระบะดังกล่าวขับไปถึงด่านตรวจวังดิน อ.ลี้ จว.ลำพูน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เรียกตรวจรถยนต์กระบะดังกล่าว แต่รถยนต์กระบะดังกล่าวไม่ยอมหยุดรถและขับเบียดรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วหลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้จัดกำลังค้นหารถยนต์กระบะดังกล่าว จนวันที่ 18 มิถุนายน 2563 ได้ตรวจพบรถยนต์กระบะดังกล่าวจอดซุกซ่อนอยู่ในซอยเข้าหมู่บ้านแม่ปะดอย อ.เถิน จ.ลำปาง จึงจัดกำลังซุ่มเฝ้าดูพฤติการณ์
ต่อมาวันที่ 21 มิถุนายน 2563 เวลาประมาณ 05.30 น. ได้พบรถยนต์เก๋งสีขาว ยี่ห้อโตโยต้า ยาริส ได้ขับมาที่จุดจอดรถยนต์กระบะดังกล่าว และ น.ส.รัชนก บุญทา ผู้ต้องหาที่ 3 ได้ลงจากรถเดินไปที่รถยนต์กระบะและใช้กุญแจเปิดเข้าไปสตาร์ทรถ ส่วนรถยนต์เก๋งสีขาว ยี่ห้อโตโยต้า ยาริส ซึ่งมีนายทรงกลด ศรีหะรัญ ผู้ต้องหาที่ 1 เป็นคนขับ และนายชัยศรี คงอักษร ผู้ต้องหาที่ 2 นั่งมาด้วย ได้ขับไปจอดดูต้นทางที่ปากซอย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงเข้าควบคุมตัว น.ส.รัชนกฯ และเข้าสกัดรถยนต์เก๋งที่ปากซอยและควบคุมตัวนายทรงกลดฯ และนายชัยศรีฯ ไว้ได้ จากนั้นนำมาตรวจค้นรถยนต์กระบะดังกล่าว พบยาบ้าของกลาง จำนวนประมาณ 1,486,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ใต้ที่นอนเก่าและสุ่มไก่เหล็กในกระบะ จึงจับกุมผู้ต้องหาทั้งสามคนพร้อมของกลาง สอบถามสอบถามผู้ต้องหาทั้งสามรับว่าได้รับคำสั่งจากชายชื่ออิฐ โดยนายอิฐกับผู้ต้องหาทั้งสามร่วมกันทำธุรกิจรับถมที่ดิน โดยได้ตั้งไลน์กลุ่มของทั้งสี่คนไว้ในการติดต่อกัน ชื่อไลน์กลุ่ม “ทีมงานคนใต้นิ” และนายอิฐเป็นคนสั่งให้ผู้ต้องหาทั้งสามมานำรถกระบะของกลางดังกล่าวออกไป โดยให้ไปเอากุญแจรถที่ซ่อนไว้ในช่องของฐานรองแผ่นโต๊ะหินอ่อนที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ 7-11 ที่สามแยกดอนไชย อ.เถิน จ.ลำปาง จากนั้นผู้ต้องหาทั้งสามคนจึงพากันไปเอากุญแจมาไขสตาร์ทรถแล้วถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ซุ่มอยู่เข้าจับกุมดังกล่าว จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เพื่อขยายผลดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. เข้าตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหาทั้งสามคน และได้ตรวจยึดทรัพย์สินไว้ตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ อาทิ บ้านพร้อมที่ดิน 2 หลัง และโฉนดที่ดินอีกหลายรายการ มูลค่าประมาณ 18,000,000 บาท, รถยนต์ 1 คัน มูลค่าประมาณ 500,000 บาท และ อายัดเงินในบัญชี 3,705,232 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึด ประมาณ 22,205,232 บาท
คดีที่ 3
เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 เวลา 09.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ขส.บช.ปส. ร่วมกับ บก.ปส.2 บช.ปส. และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด จำนวน 6 คน คือ
ผู้ต้องหา
นายมงคล ชนธนาศิลป์ อายุ 31 ปี บ้านเลขที่ 68 หมู่ 6 ต.นาตาล อ.ท่ากันโท จว.กาฬสินธุ์
นายธนบดี ยะคะเสม อายุ 48 ปี บ้านเลขที่ 1025 ซ.ศ ธรนินทร์ 10 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กทม.
น.ส.บุษยาภรณ์ รังวิจี อายุ 36 ปี บ้านเลขที่ 146/1 หมู่ 9 ต.ทุ่งคลอง อ.คำม่วง จว.กาฬสินธุ์
นายนิโรจน์ มิ่งขวัญ อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 285 หมู่ 3 ต.แวงน้อย อ.แวงน้อย จว.ขอนแก่น
นายบุญพร้อม หลักหนองบุ อายุ 30 ปี บ้านเลขที่ 69 หมู่ 10 ต.หนองนาคำ อ.เมือง จว.อุดรธานี
น.ส.ภัทรชา ทวีวัน อายุ 38 ปี บ้านเลขที่ 51 หมู่ 8 ต.นายูง อ.ศรีธาตุ จว.อุดรธานี
ของกลางจำนวน 4 รายการ
ยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) น้ำหนักประมาณ 2,000 กิโลกรัม
ยาเสพติดให้โทษและวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 (เคตามีน) น้ำหนักประมาณ 6 กิโลกรัม
รถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า จำนวน 1 คัน
โทรศัพท์มือถือ จำนวน 5 เครื่อง
โดยกล่าวหาว่า
“ร่วมกันกับพวกที่หลบหนีมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย”
สถานที่เกิดเหตุ/จับกุม
บริเวณริมถนนสายหนองหาน – กุมภวาปี หมู่ 4 ต.หนองไผ่ อ.หนองหาน จว.อุดรธานี ต่อเนื่องบริเวณริมถนน หมู่ 7 ต.บ้านจืด อ.กู่แก้ว จว.อุดรธานี ต่อเนื่องบริเวณพื้นที่ บ.ค้อ หมู่ 5 ต.คอนสาย อ.กู่แก้ว จว.อุดรธานี
พฤติการณ์แห่งคดี ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีกลุ่มลำเลียงยาเสพติด ได้เดินทางขึ้นมาลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ตามแนวชายแดน จว.บึงกาฬ เพื่อนำไปส่งมอบในพื้นที่ตอนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในการลำเลียงมีบุคคลในเครือข่ายและรถยนต์หลายคัน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เฝ้าสังเกตการณ์ตามเส้นทางถนนระหว่าง อ.เซกา จว.บึงกาฬ – อ.อากาศอำนวย จว.สกลนคร พบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า (ทำเป็นตู้ทึบมีฝาปิด) รถยนต์ ยี่ห้อมาสด้า และรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ขับตามกันมาโดยทิ้งช่วงห่างเป็นระยะ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้สะกดรอยติดตามรถยนต์เป้าหมาย จนกระทั่งรถยนต์เป้าหมายขับมาถึงบริเวณถนนสาย อ.หนองหาน – อ.กุมภวาปี หมู่ 4 ต.หนองไผ่ อ.หนองหาน จว.อุดรธานี เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอทำการตรวจค้นรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ Toyota มีนายมงคลฯ ผู้ต้องหาที่ 1 เป็นคนขับ พบกัญชาวางซุกซ่อนอยู่ภายใน กระบะหลัง จึงได้แจ้งให้ชุด สะกดรอยติดตามรถยนต์ยี่ห้อมาสด้า และรถยนต์ Toyota Fortuner ซึ่งเป็นรถนำและ ดูต้นทางให้กับรถลำเลียงยาเสพติด ตรวจค้นรถยนต์ทั้ง 2 คัน ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย จึงจับกุมผู้ต้องหา พร้อมของกลาง แนะนำตัว ผู้ถูกจับพร้อมของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เพื่อขยายผลดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ป.ป.ส ตรวจยึดรถยนต์จำนวน 21 คัน เพื่อไว้ตรวจสอบข้อมูลค่าประมาณ 10,000,000 บาท
ภาพข่าว : บก.Cop Hero Thailand Magazine รายงาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

You may have missed