#Cop Hero Thailand Magazine ตม.สระแก้ว และกก.สส.บก.ตม.๓ บูรณาการร่วมกับกรมทหารพรานที่ ๑๒ จับกุมขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายป้องกัน โควิด-๑๙

ตม.สระแก้ว และกก.สส.บก.ตม.๓ บูรณาการร่วมกับกรมทหารพรานที่ ๑๒ จับกุมขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายป้องกัน โควิด-๑๙

ตม.สระแก้ว และกก.สส.บก.ตม.๓ บูรณาการร่วมกับกรมทหารพรานที่ ๑๒
จับกุมขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายป้องกันโควิด–๑๙
ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม 3.,พ.ต.อ.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบก.ตม.3.,พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.อาทิตย์ ยาแก้ว ผกก.ตม.จว.สระแก้ว พร้อมชุดสืบสวน ตม.จว.สระแก้ว ร่วมกับเจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.๓ บูรณาการร่วมกับกรมทหารพรานที่ ๑๒
พฤติการณ์ในคดี เมื่อวันที่ ๒๒ ก.ย.๖๓ เวลา ๐๑.๐๐น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สืบสวนทราบว่าจะมีแรงงานชาวกัมพูชาหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เพื่อเข้ามายังราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตจึงทำการวางแผนเข้าจับกุม บ้านเนินสมบูรณ์ ม.12 ต.ตาพระยา อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว จนถึงเวลา 02.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพบแรงงานชาวกัมพูชา รวม 11 ราย เป็นชาย 5 ราย,หญิง 6 ราย โดยทั้งหมดรับว่าเป็นบุคคลต่างด้าวสัญชาติกัมพูชาดังกล่าวข้างต้น รับว่าตนกับพวกลักลอบเดินทางเข้ามาทางช่องทางทางธรรมชาติ จากชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณเนินสมบูรณ์ ม.12 ต.ตาพระยา อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว เพื่อจะเข้าไปทำงานในจังหวัดกรุงเทพมหานคร(2 ราย) , จังหวัดสระบุรี(3 ราย) , จังหวัดนครปฐม(1 ราย) และจังหวัดฉะเชิงเทรา(5 ราย) โดยก่อนถูกจับกุม แรงงานชาวกัมพูชาทั้งหมด ได้พากันมารอขึ้นรถที่บริเวณที่ถูกจับกุมดังกล่าว สอบถามชาวกัมพูชาที่ถูกจับกุมให้การว่า เสียเงินจ่ายค่านายหน้าเพื่อลักลอบเข้ามาทำงานฯ คนละ 3,500 – 4,000 บาท
ต่อมาได้ขยายผลจนทราบว่าจะมีขบวนการลักลอบขนคนเข้าเมืองอีกกลุ่มหนึ่งลักลอบเข้ามาในพื้นที่โดยใช้รถยนต์ตู้เป็นยานพาหนะจึงได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่รับผิดชอบวางแผนร่วมกันตั้งจุจุดสกัด เพื่อตรวจสอบบริเวณด่านตรวจหนองสังข์ ต.หนองสังข์ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว พบรถยนต์ TOYOTA สีขาว ตรงตามที่มีการสืบสวน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ขอตรวจสอบ พบ นายมานะฯ อายุ ๓๑ ปี สัญชาติ ไทย เจ้าของรถ และนายพรมาลีฯ อายุ ๔๙ ปี สัญชาติ ไทย เป็นผู้ขับขี่ มีชาวกัมพูชานั่งมาในรถยนต์คันดังกล่าวจำนวน ๑๑ ราย โดยคนไทยทั้งสองคนรับว่าได้รับค่าจ้างในการขนแรงงานกัมพูชาครั้งละ 5,000 ต่อเที่ยว เพื่อนำไปส่งบริเวณห้างสรรพสินค้า ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต อ.ธัญบุรี จว.ปทุมธานี โดยได้รับการว่าจ้างจาก นายทูน (ไม่ทราบชื่อ – นามสกุลจริง) ให้มารับแรงงานชาวกัมพูชา รวม ๑๑ ราย ซึ่งนั่งมาในรถยนต์โดยสารคันดังกล่าว เมื่อขอตรวจสอบคนกัมพูชาทั้งหมดรับว่าพวกตนเดินทางเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติ บริเวณบ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น ต.โคกสูง อ.โคกสูง จว.สระแก้ว เพื่อจะเข้าไปทำงานในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จึงได้ควบคุมผู้ถูกจับนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
โดยดำเนินคดีผู้ต้องหาสัญชาติไทย (คนนำพา) ในข้อหา “ซ่อนเร้นหรือช่วยเหลือด้วยประการใดๆ เพื่อให้บุคคลต่างด้าวพ้นจากการจับกุมและมั่วสุมในลักษณะเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ ตามข้อกำหนดในมาตรา 9 ฉบับที่ 1 ข้อ 5 แห่ง พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน”
ดำเนินคดีผู้ต้องหาสัญชาติกัมพูชาในข้อหา “เป็นคนต่างด้าว (ชาวกัมพูชา) เดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตและมั่วสุมในลักษณะเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ ตามข้อกำหนดในมาตรา 9 ฉบับที่ 1 ข้อ 5 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน”
สตม.ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 11

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

You may have missed