#Cop Hero Thailand Magazine พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร.(ปป),พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ปส.ร่วมแถลงข่าวการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญจำนวน 11 คดี พร้อมของกลางยาเสพติด ยาบ้า 670,000 เม็ด, ไอซ์ 1,470 กก., เฮโรอีน 431 กก., ยาอี 9,000 เม็ด ผู้ต้องหา 24 คน

พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร.(ปป),พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ปส.ร่วมแถลงข่าวการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญพร้อมของกลางยาเสพติดจำนวนมาก ยาบ้า 670,000 เม็ด, ไอซ์ 1,470 กก., เฮโรอีน 431 กก., ยาอี 9,000 เม็ด ผู้ต้องหา 24 คน
วันที่ 30 ต.ค.63 เวลา 14.30 น. บช.ปส.พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร.(ปป), พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้ช่วย ผบ.ตร.(ปป 6), พล.อ.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ เลขาธิการ กอ.รมน., พล.ท.อภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์ แม่ทัพภาคที่3/ผอ.ศอ.ปส.ชน.,และ นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ปส.,พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส.แถลงข่าวจับกุมขบวนการค้ายาเสพติด 11 คดี ผู้ต้องหา 24 คนของกลางไอซ์ 1,470 กิโลกรัม ยาบ้า 674,000 เม็ด และเฮโรอีน 431 กิโลกรัม ยาอี 9,000 เม็ด เคตามีน 51 กิโลกรัม โคเคน 300 กรัม
คดีที่ 1
เมื่อวันที่ 24 ต.ค.63 เวลาประมาณ 17.00 น.ต่อเนื่องกันจนถึง 18.30 น.เจ้าพนักงานตำรวจ กก.2บก.ปส.1 ได้จับกุมผู้ต้องหาเกี่ยวกับคดียาเสพติดรายสำคัญ ผู้ต้องหา 4 คน
ผู้ต้องหา
นายทนง อ่ำแตง อายุ 33 ปี ที่อยู่ 163/6 หมู่ที่ 1 ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จว.นนทบุรี
นายเหวิ่งเปอะ แซ่ยี่ อายุ 45 ปี ที่อยู่ 177/15 หมู่ที่ 4 ต.รังสิต อ.ธัญบุรี จว.ปทุมธานี
นายยาปะโหล จะแฮ อายุ 32 ปี ที่อยู่ 178 หมู่ที่ 15 ต.แม่สาว อ.แม่อาย จว.เชียงใหม่
นายอาซัง แซ่เจิง อายุ 38 ปี ที่อยู่ 336 หมู่ที่ 11 ต.ม่อนปิ่น อ.ฝาง จว.เชียงใหม่
พร้อมของกลาง จำนวน 4 รายการ
ยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (เฮโรอีน) จำนวน ๑,๐๓๑ แท่ง น้ำหนักประมาณ ๔๑๒ กิโลกรัม
ยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (ไอซ์) จำนวน ๕๐๐ แท่ง น้ำหนักประมาณ ๕๐๐ กิโลกรัม
รถยนต์ ๑ คัน
โทรศัพท์มือถือ ๖ เครื่อง
ตรวจยึดทรัพย์สินตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ
รถยนต์ จำนวน 5 คัน
รถจักรยานต์ยนต์ จำนวน 6 คัน
โฉนดที่ดิน จำนวน 4 แปลง
อาวุธปืน จำนวน 1 กระบอก
รวมทรัพย์สินที่ยึดเพื่อตรวจสอบมูลค่าประมาณ 7 ล้านบาท
โดยกล่าวหาว่า
“ร่วมกันกับพวกที่หลบหนี มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์,เฮโรอีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต”
สถานที่เกิดเหตุ/จับกุม
พื้นที่อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง
พฤติการณ์แห่งคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก. ๒ บก.ปส.๑ บช.ปส.ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ DEA ทำการสืบสวนทราบว่า กลุ่มเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ ซึ่งมีพฤติการณ์ลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย และนำส่งต่อไปยัง ประเทศที่สาม จึงได้วางแผนจับกุม โดยทำสืบสวนสะกดรอย ติดตาม กลุ่มเครือข่าย จนพิสูจน์ทราบถึง จุดพักยาเสพติดของกลุ่มเครือข่ายนี้ ที่บ้านพักยาเสพติด ในพื้นที่ อ.ปลวกแดง จว.ระยอง จึงเข้าทำการตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหา ๔ คน และ ยึดยาเสพติด “ไอซ์” จำนวน ๕๐๐ กิโลกรัม , ยาเสพติด (เฮโรอีน) จำนวน ๑,๐๓๑ แท่ง น้ำหนักประมาณ ๔๑๒ กิโลกรัม และของกลางอื่นๆจำนวนหนึ่ง และจะได้ทำการสืบสวนขยายผล จับกุมผู้เกี่ยวข้องและเครือข่ายที่เหลือ ต่อไป
คดีที่ 2
เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2563 เวลาประมาณ 21.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปส.2 ร่วมกับ บก.ขส.บช.ปส. และเจ้าหน้าที่ ปป.3 สปป.สำนักงาน ป.ป.ส. ได้ร่วมกันจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษฯ รายสำคัญ ผู้ต้องหา 1 คน
ผู้ต้องหา
นายเกสร ด่างเกษี อายุ 47 ปี ที่อยู่ 118/1 หมู่ 8 ต.เหล่าพัฒนา อ.นาหว้า จว.นครพนม
พร้อมของกลาง จำนวน 3 รายการ
ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) น้ำหนักประมาณ 500 กิโลกรัม
รถยนต์กระบะบรรทุก ยี่ห้อนิสสัน ทะเบียน 2 ฒฆ 1902 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน
โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง
โดยกล่าวหาว่า
“ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย”
สถานที่เกิดเหตุ/จับกุมม
ถนนภายในหมู่บ้านนาตาล ม.3 ต.นาตาล อ.เต่างอย จว.สกลนคร
พฤติการณ์แห่งคดี ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ร่วมกันสืบสวนทราบว่า เครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด จะทำการลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าพื้นที่ตอนใน โดยใช้ยานพาหนะเป็นรถยนต์กระบะ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและร่วมกันเฝ้าสังเกตการณ์ตามเส้นทางใน จว.สกลนคร และใกล้เคียง กระทั่งในวันเกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะเป้าหมายพร้อมรถยนต์อีกคันหนึ่งทำหน้าที่รถนำ ขับอยู่ที่ อ.เมืองสกลนคร มุ่งหน้า อ.เต่างอย จว.สกุลนคร เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้สกัดรถยนต์เป้าหมายคันดังกล่าวเพื่อขอตรวจค้น พบนายเกสร ด่างเกษี คนขับรถ และยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) จำนวน 500 กิโลกรัม วางเรียงซ้อนกันอยู่ท้ายกระบะรถยนต์ซึ่งมีหลังคาแครี่บอย มีกุญแจสายยูปิดล็อกไว้ ส่วนรถยนต์อีกคันหลบหนีการจับกุม จึงได้ทำการจับกุม นายเกสรฯ ผู้ขับขี่ พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสอบ บก.ปส.2 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
คดีที่ 3
เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2563 เวลาประมาณ 08.00 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปส.2 ร่วมกับ บก.ขส.บช.ปส., สภ.เทพสถิต จว.ชัยภูมิ และเจ้าหน้าที่ ปป.3 สปป.สำนักงาน ป.ป.ส. ได้จับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ รายสำคัญ ผู้ต้องหา 3 คน
ผู้ต้องหา
นายยุรนันท์ หรือเท บัวแย้ม อายุ 35 ปี ที่อยู่ 16/1 หมู่ 8 ต.ระวิง อ.เมือง จว.เพชรบูรณ์
นายเอกชัย หรือเอก กัลยา อายุ 37 ปี ที่อยู่ 86 หมู่ 9 ต.ระวิง อ.เมือง จว.เพชรบูรณ์
นายวิวัฒน์ หรือวัฒน์ ทองปาน อายุ 29 ปี ที่อยู่ 16/1 หมู่ 8 ต.ระวิง อ.เมือง จว.เพชรบูรณ์
พร้อมของกลาง จำนวน 6 รายการ
ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) น้ำหนักประมาณ 450 กิโลกรัม
วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เคตามีน) น้ำหนักประมาณ 51 กิโลกรัม
ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวนประมาณ 590,000 เม็ด
ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาอี) จำนวนประมาณ 4,000 เม็ด
รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า ไทเกอร์ ทะเบียน สม 8265 กรุงเทพมหานคร และทะเบียน ผข 8684 เพชรบูรณ์ จำนวน 2 คัน
โทรศัพท์มือถือ จำนวน 3 เครื่อง
โดยกล่าวหาว่า
“ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์,ยาบ้า,ยาอี) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต”
สถานที่เกิดเหตุ/จับกุม
ริมถนนใกล้กับร้านครัวต้นคูณ ถนนสุรนารายณ์ ต.วะตะแบก อ.เทพสถิต จว.ชัยภูมิ
พฤติการณ์แห่งคดี ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ร่วมกันสืบสวนทราบว่า เครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดจะทำการลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยใช้ยานพาหนะเป็นรถยนต์กระบะ 2 คัน จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและร่วมกันเฝ้าสังเกตการณ์ตามเส้นทางใน จว.ขอนแก่น และใกล้เคียง กระทั่งในวันเกิดเหตุ พบรถยนต์เป้าหมายขับอยู่ในพื้นที่ อ.พล จว.ขอนแก่น มุ่งหน้า อ.เทพสถิต จว.ชัยภูมิ จึงเข้าสกัดและทำการตรวจสอบ พบนายยุรนันท์ บัวแย้ม, นายวิวัฒน์ ทองปาน เป็นคนขับรถ และนายเอกชัย กัลยา นั่งมาในรถ ตรวจค้นภายในรถยนต์ทั้งสองคัน พบยาเสพติดของกลางซุกซ่อนอยู่ จึงจับกุมนายยุรนันท์ฯ นายเอกชัยฯ และ นายวิวัฒน์ฯ พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสอบ บก.ปส.2 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
คดีที่ 4
เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2563 เจ้าพนักงานตำรวจ กก.1 บก.ปส.3 ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส., ศุลกากร, ศรภ. และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ตามโครงการ AITF ทำการตรวจยึดยาเสพติดรายสำคัญ ดังนี้
ของกลาง
ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) น้ำหนักประมาณ 1.5 กิโลกรัม
โดยกล่าวหาว่า “พยายามส่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ออกนอกราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต”
สถานที่เกิดเหตุ/ตรวจยึด
บริเวณบริษัทขนส่งพัสดุระหว่างประเทศแห่งหนึ่ง ถ.กาญจนาภิเษก แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพมหาคร
พฤติการณ์แห่งคดี ในคดีนี้ เจ้าพนักงานตำรวจชุดตรวจยึด ได้สืบสวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดทางพัสดุภัณฑ์ทราบว่ามีพัสดุระหว่างประเทศต้องสงสัยซุกซ่อนยาเสพติด ปลายทางประเทศออสเตรเลีย จึงร่วมกันตรวจสอบภายในกล่องพัสดุดังกล่าวพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) น้ำหนักประมาณ 1.5 กิโลกรัม ซุกซ่อนในแผ่นอะคริลิกใส ห่อหุ้มด้วยกระดาษสีน้ำตาลทำเป็นพื้นกล่อง จึงทำการตรวจยึดเป็นของกลาง นำส่ง พนักงานสอบสวน บช.ปส.ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
คดีที่ 5
เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2563 เจ้าพนักงานตำรวจ กก.1 บก.ปส.3 ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส., ศุลกากร, ศรภ. และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ตามโครงการ AITF ทำการสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพคิดรายสำคัญ ผู้ต้องหา 3 คน
ผู้ต้องหา
น.ส.ชมพูนุท สินธุสุวรรณ อายุ 25 ปี ที่อยู่ 12 ต.แสวงหา อ.แสวงหา จว.อ่างทอง
น.ส.ณัฐนรี โม่อ่อน อายุ 22 ปี ที่อยู่ 52 ต.หนองหัวฟาน อ.ขามสะแกแสง จว.นครราชสีมา
น.ส.กมลวรรณ ศรีลำพัง อายุ 25 ปี ที่อยู่ 137 หมู่ 9 ต.คุ้มเก่า อ.เขาวง จว.กาฬสินธุ์
พร้อมของกลาง จำนวน 2 รายการ
ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาอีหรือเอ็กซ์ตาซี) จำนวนประมาณ 5,000 เม็ด
โทรศัพท์เคลื่อนที่ จำนวน 3 เครื่อง
โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันนำยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาอีหรือเอ็กซ์ตาซี) เข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เอ็กซ์ตาซี) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต”
สถานที่เกิดเหตุ/จับกุม
จับกุมผู้ต้องหาที่ 1 และ 2 ที่บริเวณหน้าทางเข้าโรงแรมวาบัว แอสโซเทล ลาดพร้าว 130 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร และจับกุมผู้ต้องหาที่ 3 ที่บริเวณหน้าทางเข้าโรงแรมเอส ฟอร์ ยู เพลส ถ.ศรีนครินทร์ ต.บางเมือง อ.เมือง จว.สมุทรปราการ
พฤติการณ์แห่งคดี ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สืบสวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดทางพัสดุภัณฑ์ทราบว่ามีพัสดุระหว่างประเทศต้องสงสัยซุกซ่อนยาเสพติด ต้นทางประเทศเยอรมนี จึงร่วมกันตรวจสอบภายในกล่องพัสดุดังกล่าวพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาอีหรือเอ็กซ์ตาซี) จำนวนประมาณ 5,000 เม็ด ซุกซ่อนในชั้นแขวนเพื่อวางสิ่งของในตู้เสื้อผ้าแบบพับเก็บได้ จึงทำการตรวจยึดเป็นของกลาง ต่อมาได้สืบสวนขยายผลจนสามารถจับกุม น.ส. ชมพูนุช สินธสุวรรณ กับพวกรวม 3 คน จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมด พร้อมของกลางส่ง พนักงานสอบสวน บช.ปส.ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
คดีที่ 6
เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2563 เจ้าพนักงานตำรวจ กก.1 บก.ปส.3 ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส., ศุลกากร, ศรภ. และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ตามโครงการ AITF ทำการตรวจยึดยาเสพติดรายสำคัญ ดังนี้
ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) น้ำหนักประมาณ 10 กิโลกรัม
โดยกล่าวหาว่า “พยายามส่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ออกนอกราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต”
สถานที่เกิดเหตุ/ตรวจยึด
บริเวณบริษัทขนส่งพัสดุระหว่างประเทศแห่งหนึ่งในซอยวชิระธรรมสาธิต 14 ถ.สุขุมวิท 101/1 แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร
คดีที่ 7
เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2563 เจ้าพนักงานตำรวจ กก.1 บก.ปส.3 ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส., ศุลกากร, ศรภ. และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ตามโครงการ AITF ทำการตรวจยึดยาเสพติดรายสำคัญ ดังนี้
ของกลาง
ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) น้ำหนักประมาณ 6 กิโลกรัม
โดยกล่าวหาว่า “พยายามส่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ออกนอกราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต”
สถานที่เกิดเหตุ/ตรวจยึด
ตรวจยึดที่บริษัทรับส่งพัสดุระหว่างประเทศแห่งหนึ่งบริเวณ ถนนบางนา – ตราด ต.บางโฉลง อ.บางพลี จว.สมุทรปราการ
คดีที่ 8
เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2563 เจ้าพนักงานตำรวจ กก.1 บก.ปส.3, กก.3 บก.ปส.4 ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส., ศุลกากร, ศรภ.และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ตามโครงการ AITF ทำการสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ ผู้ต้องหา 2 คน
พร้อมของกลาง จำนวน 3 รายการ
ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) น้ำหนักประมาณ 8 กิโลกรัม ยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (ไอซ์) น้ำหนักประมาณ 6 กิโลกรัม โทรศัพท์เคลื่อนที่ จำนวน 3 เครื่อง
สถานที่เกิดเหตุ/จับกุม ภายในบริษัทรับส่งพัสดุแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.แม่ขรี อ.ตะโหมด จว.พัทลุง
คดีที่ 9
เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2563 เจ้าพนักงานตำรวจ กก.1 บก.ปส.3 ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส., ศุลกากร, ศรภ. และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ตามโครงการ AITF ทำการสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ ผู้ต้องหา 3 คน

https://youtu.be/kJwVK1o4b1k
ผู้ต้องหา
1.น.ส.ทิพาพร เทอมกระโทก อายุ 28 ปี ที่อยู่ 159 หมู่ 4 ต.ศรีละกอ อ.จักราช จว.นครราชสีมา
2.น.ส.พัชรี พัดศรี อายุ 29 ปี ที่อยู่ 89 หมู่ 4 ต.หินโคน อ.จักราช จว.นครราชสีมา
น.ส.นุจรี สมศรี อายุ 28 ปี ที่อยู่ 5 หมู่ 5 ต.หินโคน อ.จักราช จว.นครราชสีมา
พร้อมของกลาง จำนวน 2 รายการ
1.ยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) น้ำหนักประมาณ 300 กรัม
2.โทรศัพท์เคลื่อนที่ จำนวน 3 เครื่อง
โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันนำยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) เข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และมียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต”
สถานที่เกิดเหตุ/จับกุม บริเวณหน้าห้างโรบินสันสระบุรี ถ.มิตรภาพ ต.ตลิ่งชัน อ.เมือง จว.สระบุรี
พฤติการณ์แห่งคดี ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สืบสวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดทางพัสดุภัณฑ์ทราบว่ามีพัสดุระหว่างประเทศต้องสงสัยซุกซ่อนยาเสพติด ต้นทางประเทศแอฟริกาใต้ จึงร่วมกันตรวจสอบภายในกล่องพัสดุดังกล่าวพบยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) จำนวนประมาณ 300 กรัม ซุกซ่อนในกรอบรูปภาพแกะสลักบนแผ่นไม้ จึงทำการตรวจยึดเป็นของกลาง ต่อมาได้สืบสวนขยายผลจนสามารถจับกุม น.ส.ทิพาพร เทอมกระโทก กับพวกรวม 3 คน จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมด พร้อมของกลางส่ง พนักงานสอบสวน บช.ปส.ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
คดีที่ 10
เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2563 เจ้าพนักงานตำรวจ กก.1 บก.ปส.3 ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส., ศุลกากร, ศรภ. และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ตามโครงการ AITF ทำการสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ ผู้ต้องหา 1 คน
ผู้ต้องหา
นายขจร แซ่ว้าน อายุ 36 ปี ที่อยู่ 10/3 หมู่ที่ 10 ต.คีรีราษฎร์ อ.พบพระ จว.ตาก
พร้อมของกลาง จำนวน 2 รายการ
1.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) น้ำหนักประมาณ 4 กิโลกรัม
2.โทรศัพท์เคลื่อนที่ จำนวน 1 เครื่อง
โดยกล่าวหาว่า “พยายามนำยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ออกไปนอกราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต”
สถานที่เกิดเหตุ/จับกุม
บริเวณที่ตรวจผู้โดยสารขาออก สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ต.หนองปรือ อ.บางพลี จว.สมุทรปราการ
พฤติการณ์แห่งคดี ในคดีนี้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สืบสวนทราบว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดผ่านสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ จึงร่วมกันตรวจสอบพบนายขจร แซ่ว้าน ซึ่งเป็นแรงงานไทยที่จะเดินทางไปประเทศอิสราเอล จากการตรวจสอบภายในกระเป๋าเดินทางพบของนายขจร แซ่ว้าน พบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) น้ำหนักประมาณ 4 กิโลกรัม ซุกซ่อนในซองเครื่องดื่มเกลือแร่และซองกาแฟสำเร็จรูป จึงทำการจับกุม และนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่ง พนักงานสอบสวน บช.ปส.ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
คดีที่ 11
เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2563 เวลาประมาณ 09.30 น. ถึงเวลา 18.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปส.4 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สกส., ภ.จว.ชุมพร และ สภ.ห้วยยาง ได้จับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ รายสำคัญ ผู้ต้องหา 7 คน
ผู้ต้องหา
1.นายสมชาย หรืออ๊อฟ ปานะถึก
2.นายปรัชญา หรือบีม จ้อยเจือ
3.นายวรัญญู หรือบอย เถินมงคล
4.น.ส.อารียา หรือนัท ศิระพรหม
5.นายโชค หรือเม้ง ปลอดแย่ง
6.นายพงศธร หรือเสือ ไทยวงศ์
7.นายประสิทธิ์ หรือแอด บุตรศรี
พร้อมของกลาง จำนวน 4 รายการ
1.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวนประมาณ 80,000 เม็ด
2.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) น้ำหนักประมาณ 4 กิโลกรัม
3.โทรศัพท์มือถือ จำนวน 7 เครื่อง
4.แท็บเล็ต จำนวน 1 เครื่อง
ตรวจยึดทรัพย์สินตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ
รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ส สีแดง ทะเบียน 3 กน 3647 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน ราคาประมาณ 500,000 บาท
รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ส สีเทา ทะเบียน 9 กศ 7324 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน ราคาประมาณ 500,000 บาท
รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นยาริส สีบอร์นเงิน ทะเบียน 5 กย 3832 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน ราคาประมาณ 350,000 บาท
รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีดำ/แดง ทะเบียน 1 กศ 923 สุราษฎร์ธานี จำนวน 1 คัน ราคาประมาณ 10,000 บาท
สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารต่างๆ จำนวน 4 เล่ม
บัตรกดเงินสด จำนวน 2 บัตร
บัตรกดเงินด่วน (วีซ่า) จำนวน 2 บัตร
รวมราคาทรัพย์สินที่ตรวจยึดโดยประมาณ 1,360,000 บาท
โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า,ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต”
สถานที่เกิดเหตุ/จับกุม
ผู้ต้องหาที่ 1-2 ด่านตรวจยานพาหนะชุมพร ถ.เพชรเกษม (กรุงเทพ-ชุมพร) เลขที่ 304 ม.2 ต.หงษ์เจริญ อ.ท่าแซะ จว.ชุมพร
ผู้ต้องหาที่ 3-4 บนถนนเพชรเกษมขาขึ้นตรงข้าม สภ.ห้วยยาง ม.1 ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก จว.ประจวบคีรีขันธ์
ผู้ต้องหาที่ 5-7 ห้องพักหมายเลข 10 ลีลาภิรมย์ รีสอร์ท เลขที่ 100 ม.3 ต.หัวเตย อ.พุนพิน จว.สุราษฎร์ธานี ต่อเนื่องบ้านเลขที่ 80/375 ม.4 หมู่บ้านเนินเขา ซ.9 ต.วัดประดู่ อ.เมืองสุราษฎร์ธานี จว.สุราษฎร์ธานี
พฤติการณ์ในการจับกุม ก่อนจับกุมคดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจยานพาหนะชุมพรได้ตั้ง จุดตรวจ-จุดสกัด บริเวณริมถนนเพชรเกษม ม.2 ต.หงษ์เจริญ อ.ท่าแซะ จว.ชุมพร ขณะปฏิบัติหน้าที่พบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า สีแดง ทะเบียน 3 กอ.3647 กรุงเทพฯ มีนายสมชาย ปานะถึก เป็นผู้ขับขี่ และนายปรัชญา จ้อยเจือ เป็นผู้โดยสาร ขับมาตามถนนเพชรเกษมมุ่งหน้า จว.ชุมพร เจ้าหน้าที่จึงเรียกให้หยุดเพื่อขอทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบยาบ้า จำนวน 80,000 เม็ด ไอซ์ น้ำหนักประมาณ 4 กิโลกรัม บรรจุในถุงพลาสติกซุกซ่อนอยู่ในช่องเก็บยางอะไหล่รถยนต์คันดังกล่าว จากการสอบถามผู้ต้องหาทั้งสองให้การว่ารับยาเสพติดมาจาก กทม. จะนำไปส่งให้ลูกค้าในพื้นที่ จว.สุราษฎร์ธานี โดยมีรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ ฮอนด้า สีเทา ทะเบียน 9 กศ 7324 กรุงเทพฯ ทำหน้าที่ขับนำทาง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงทำการตรวจสอบค้นหาและสามารถสกัดจับรถยนต์คันดังกล่าวได้ที่ถนนเพชรเกษม ตรงข้าม สภ.ห้วยยาง จว.ประจวบคีรีขันธ์ มีนายวรัญญู เถินมงคล เป็นผู้ขับขี่ และ น.ส.อารียา ศิระพรหม เป็นผู้โดยสาร จากนั้นได้ทำการขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการ สามารถจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มอีก 3 คน คือนายโชค ปลอดแย่ง นายพงศธร ไทยวงศ์ และนายประสิทธิ์ บุตรศรี ในพื้นที่ จว.สุราษฎร์ธานี จึงควบคุมผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่ง พนักงานสอบสวนบก.ปส.4 ดำเนินคดี และจักได้สืบสวนขยายผลเครือข่ายและบุคคลที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ภาพข่าว Cop Hero Thailand Magazine รายงาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

You may have missed