#Cop Hero Thailand Magazine พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร.,พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 ร่วมแถลงข่าวการกวาดล้างขบวนการค้ายาเสพติด ล็อตใหญ่ จำนวน 2 คดี ของกลาง กัญชา 295 กิโลกรัม และยาบ้า 4.4 ล้านเม็ด

พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร.,พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 ร่วมแถลงข่าวการกวาดล้างขบวนการค้ายาเสพติด ล็อตใหญ่ จำนวน 2 คดี ของกลาง กัญชา 295 กิโลกรัม และยาบ้า 4.4 ล้านเม็ด

ภ.1 แถลงผลการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติด
จำนวน 2 คดี ของกลางกัญชา 295 กิโลกรัม และยาบ้า 4.4 ล้านเม็ด พร้อมรถยนต์ 3 คัน
วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ.2563 เวลา 11.00 น.
ณ ตำรวจภูธรภาค 1
ตามนโยบายของรัฐบาลของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังทั้งระบบ ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ปราบปรามแหล่งผลิตและเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด โดยเฉพาะผู้มีอิทธิพลและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เข้าไปมีส่วนร่วมในการกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด ตลอดจนการป้องกันปราบปรามแหล่งชุมชนที่มีการแพร่ระบาดของยาเสพติด และพื้นที่ล่อแหลม โดยมอบนโยบายการดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติดให้ทุกหน่วยงาน ดำเนินการ บูรณาการร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดให้เป็นรูปธรรมได้มีบัญชาให้
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำโดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ในฐานะผู้อำนวยการ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร.ได้รับบัญชาและนำข้อสั่งการสู่การปฏิบัติ
ตำรวจภูธรภาค 1 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.สุภธีร์ บุญครอง รอง ผบข.ภ.1 ,พล.ต.ต.พลฑิต ไชยรส ผบก.สส.ภ.1 นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส.,พ.ต.ต.สุริยา สิงห์กมล รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และนายประสาน หยงสตาร์ ผอ.ป.ป.ส.ภ.1
ชุดปฏิบัติการ นำโดย พ.ต.อ.ชูศักดิ์ เคทอง ผู้กำกับการกองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 1 พร้อมกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 1
ได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหา จำนวน 2 ราย
ดังนี้
นายเอ (นามสมมติ เยาวชน) อายุ 17 ปี
นายบี (นามสมมติ เยาวชน) อายุ 15 ปี
โดยกล่าวหา นายเอ และนายบี กับพวกที่หลบหนี ว่า “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย”
วัน/เวลา/ที่จับกุม วันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 เวลาประมาณ 14.30 น.
สถานที่จับกุม ริมถนนพหลโยธิน 54/1 แยก 8-4-3 (ซอยตาลเดี่ยว) แขวงคลองถนน เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร
/พร้อมด้วยของ…
-2-
พร้อมด้วยของกลาง ดังนี้
ยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) จำนวน 8 กระสอบ โดยแต่ละกระสอบจะมีกัญชาแห้งอัดแท่งห่อด้วยพลาสติกใส จำนวน 100 ห่อ และห่อด้วยฟอยล์สีทอง จำนวน 195 ห่อ น้ำหนักรวมทั้งหมดประมาณ 295 กิโลกรัม
รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน 6 กย 4302 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน
รถยนต์ปิคอัพ 4 ประตูยี่ห้อนิสสัน ฟรอนเทียร์ สีบลอนด์ทอง หมายเลขทะเบียน กฉ 9482 พิจิตร จำนวน 1 คัน พฤติการณ์ในการจับกุม สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.ปพ.บก.สส.ภ.1 ได้รับแจ้งจากสายลับ (หวังเงินรางวัลสินบน) ว่ารถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า ยาริส สีขาว หมายเลขทะเบียน 6 กย 4302 กรุงเทพมหานคร มีพฤติการณ์ลักลอบขนยาเสพติดจำนวนมาก มาจากภาคอีสานเพื่อส่งให้กับลูกค้าในเขตพื้นที่ อ.ลำลูกกา จว.ปทุมธานี และพื้นที่ใกล้เคียง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และได้รับสั่งการให้ทำการสืบสวนติดตามหารถยนต์คันดังกล่าวเพื่อตรวจสอบพฤติการณ์ตามที่สายลับได้แจ้ง จนต่อมาวันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 เวลาประมาณ 09.00 น. สายลับได้มาแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า วันนี้(1 พ.ย.63) เวลาประมาณ 12.00 น. รถยนต์คันดังกล่าว จะขนยาเสพติดจำนวนมากมาส่งให้กับลูกค้า บริเวณตลาดมารวย อ.ลำลูกกา จว.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและได้รับคำสั่งการให้ดำเนินการไปทำการตรวจสอบ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส. และเจ้าหน้าที่ทหาร ศรภ.บก.ทท. โดยร่วมกันเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวจำนวน 5 คัน โดยจอดซุ่มดูอยู่ริมถนนทางเข้าตลาดมารวย อ.ลำลูกกา จว.ปทุมธานี จนเมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า ยาริส สีขาว หมายเลขทะเบียน 6 กย 4302 กรุงเทพฯ ขับมาบนถนนหน้าตลาดมารวย โดยได้มาจอดที่ริมถนนบริเวณหน้าตลาดมารวย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังจะเข้าไปทำการตรวจสอบ แต่ปรากฏว่ารถยนต์ คันดังกล่าวได้ขับออกไปพอดี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขับสะกดรอย ติดตามไปซึ่งสามารถมองเห็น
รถยนต์คันดังกล่าวได้โดยตลอด ขับตามมาจนเข้าเขตท้องที่ สน.สายไหม รถยนต์คันดังกล่าวได้เลี้ยวเข้าซอยสายไหม 6 เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขับติดตามไปจนรถยนต์คันดังกล่าวได้เลี้ยวเข้าไปในซอย พหลโยธิน 54/1 และเข้าไปจอดที่ถนนดินภายในซอย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ขับติดตามไปเห็นรถยนต์กระบะสี่ประตูยี่ห้อนิสสัน สีบลอนด์ทอง หมายเลขทะเบียน กฉ 9482 พิจิตร จอดอยู่ใกล้กับจุดที่รถยนต์ โตโยต้ายาริสคันดังกล่าวเข้าไปจอด โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขับเลยไปก่อนและวนกลับมา พบผู้ชายจำนวน 4 คน กำลังช่วยกันขนสิ่งของบางอย่างที่ห่อด้วยพลาสติกสีดำ ลงจากรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้ายาริส ใส่ท้ายกระบะรถยนต์ยี่ห้อ นิสสัน สีบลอนด์ทอง หมายเลขทะเบียน กฉ 9482 พิจิตร แต่ในขณะนั้น กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตามไปมีอยู่คันเดียว จึงต้องตามกำลังที่เหลือมาร่วมกันแล้วเข้าทำการตรวจสอบแล้วได้ขับเข้าไปตรวจสอบ
พบว่า มีผู้ชายกำลังช่วยกันคลุมผ้าที่ท้ายรถอยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขับเข้าไปจอดและลงจากรถยนต์แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ปรากฏว่าเมื่อกลุ่มผู้ชายดังกล่าวทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้มีผู้ชาย 2 คน วิ่งขึ้นรถยนต์กระบะ และขับหลบหนีด้วยความเร็ว ส่วนผู้ชายที่เหลือได้วิ่งหลบหนีแล้วกระโดดลงน้ำ เจ้าหน้าที่ชุดหนึ่งจึงได้ขับติดตามรถยนต์กระบะไปส่วนอีกหนึ่งชุดได้ลงไปติดตามผู้ชายที่วิ่งหลบหนี โดยสามารถควบคุมตัว นายเอ และนายบีไว้ได้ ด้านกำลังอีกชุดที่ขับติดตามรถยนต์กระบะนิสสันไปนั้นได้พยายามใช้รถยนต์ปิดกั้นเพื่อเรียกขอทำการตรวจสอบแต่ปรากฏว่าเมื่อรถยนต์กระบะคันดังกล่าว เห็นว่าไม่สามารถไปต่อได้จึงได้ขับพุ่งลงบ่อน้ำข้างถนน จากนั้น ได้มีผู้ชาย 2 คน ออกมาจากรถทางประตูฝั่งผู้โดยสารด้านหน้าข้างซ้ายของตัวรถแล้ววิ่งหลบหนีเข้าป่าต้นกกไป เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้วิ่งตามไปแต่ไม่สามารถจับกุมตัวได้เนื่องจากลักษณะเป็นป่าต้นกกหนาแน่นและมีน้ำท่วมขังยากแก่การติดตาม โดยจากการสอบถาม นายเอ และนายบีเบื้องต้นให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า นายเอ ให้การว่า ตนได้รับการว่าจ้างจากนายต้น ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง พักอาศัยอยู่ที่ อ.ลำลูกกา จว.ปทุมธานี โดยยังไม่ได้ตกลงราคาค่าจ้างกัน ให้ขับรถยนต์ยี่ห้อยาริส สีขาว
คดีที่ 2 ตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี โดย พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า ผบก.ภ.จว.ลพบุรี, พ.ต.อ.กาจภณ ชนะสิทธิ์ รอง ผบก.ภ.จว.ลพบุรี, พ.ต.อ.บุญชนะพัฒน์ สกุลจารุมรรคา รอง ผบก.ภ.จว.ลพบุรี, พ.ต.อ.ปรารถนา แผ่นผา รอง ผบก.ภ.จว.ลพบุรี, พ.ต.อ.สมบูรณ์ สุขศรีดาวเดือน ผกก.สส.ภ.จว.ลพบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลพบุรี และ กก.สส.ภ.จว.ลพบุรี ร่วมกัน ตรวจยึดยาเสพติด (ยาบ้า) จำนวน 4.4 ล้านเม็ด
วัน/เวลา/ที่จับกุม วันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 เวลาประมาณ 03.00 น. สถานที่จับกุม ริมถนนเลียบคลองชลประทาน ม.1 ต.กกโก อ.เมือง จว.ลพบุรี พร้อมด้วยของกลาง
ดังนี้
ยาบ้าจำนวน 22 กระสอบ ประมาณ 4.4 ล้านเม็ด
พฤติการณ์ในการจับกุม เมื่อวันที่ 2 พ.ย.63เวลาประมาณ 13.00 น. ศูนย์วิทยุ 191 ลพบุรีได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า พบสิ่งของต้องสงสัยวางกองอยู่บริเวณริมถนนเลียบคลองชลประทาน ม.1 ต.กกโก อ.เมือง จว.ลพบุรี ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ ศูนย์วิทยุ 191 จึงได้แจ้งสายตรวจ สภ.เมืองลพบุรี ให้ไปทำการตรวจสอบ เมื่อได้รับแจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองลพบุรี ได้ไปตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้ง เมื่อไปถึง พบกองกระสอบวางอยู่บริเวณข้าง ทางโดยมีผ้าใบและเสื่อคลุมอยู่ เมื่อตรวจสอบดูพบว่าภายในกระสอบเป็นยาบ้าจำนวนมาก จึงแจ้งผู้บังคับบัญชา เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ร่วมตรวจสอบ พบว่าเป็นยาบ้า จำนวน 22 กระสอบ (ประมาณ 4.4 ล้านเม็ด) เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจยึดยาบ้าดังกล่าว มาเพื่อเก็บหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขยายผลจับกุมผู้เกี่ยวข้องต่อไป
#ภาพข่าว Cop Hero Thailand Magazine รายงาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

You may have missed