ป.ป.ส. เผยผลตรวจ “เคนมผง” จากคดีสาวลอบขายในเขตสายไหม เป็นคีตามีนผสมไดอาซีแพม (Diazepam) หรือ แวเลียม (Valium)

ป.ป.ส. เผยผลตรวจ “เคนมผง” จากคดีสาวลอบขายในเขตสายไหม เป็นคีตามีนผสมไดอาซีแพม (Diazepam) หรือ แวเลียม (Valium)

ป.ป.ส. เผยผลตรวจ “เคนมผง” จากคดีสาวลอบขายในเขตสายไหม เป็นคีตามีนผสมไดอาซีแพม (Diazepam) หรือ แวเลียม (Valium)

วันที่ 12 มกราคม 2564 นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) เปิดเผยว่า จากกรณีชุดปราบปรามยาเสพติด ตำรวจนครบาล 2 เข้าจับกุม นางสาวศิริกาญจน์ หรือ นุ่น เชื้อเขตกรรม อายุ 23 ปี พร้อมของกลางซึ่งเป็นยาตัวใหม่ที่เรียกว่า “เคนมผง” น้ำหนักประมาณ 7.35 กรัม ได้ภายในบ้านเลขที่ 200/163 ชุมชนนิตภาวรรณ 1 แยก 4 เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ก่อนที่ในช่วงเช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานส่งวัตถุของกลางดังกล่าวเข้าตรวจพิสูจน์ที่สถาบันวิชาการและตรวจพิสูจน์ยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. น้ำหนักรวม 5.314 กรัม โดยลักษณะเป็นผงสีขาว บรรจุมาในซองซิปพลาสติก จำนวนทั้งสิ้น 6 ซองนั้น

“โดยสถาบันวิชาการและตรวจพิสูจน์ยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส.ได้ตรวจพิสูจน์วัตถุของกลางดังกล่าวจนแล้วเสร็จ ซึ่งผลปรากฏว่าของกลางที่เรียกว่า “เคนมผง” ดังกล่าว มีส่วนผสมของคีตามีนและไดอาซีแพม (Diazepam) หรือยาที่ทั่วไปรู้จักกันในทางการค้าว่า แวเลียม (Valium) จัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 4 ตามพระราชบัญญัติวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2559 โดยออกฤทธิ์ที่สมองหรือระบบประสาทส่วนกลาง ในทางการแพทย์ใช้เป็นยากล่อมประสาทหรือสงบประสาท ทำให้จิตใจสงบ ใช้สำหรับรักษาอาการผิดปกติทางอารมณ์ เช่น ความเครียด ความวิตกกังวล ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว แก้อาการชัก เป็นต้น”

นายวิชัย เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวอีกว่า ผลข้างเคียงจากการใช้ไดอาซีแพมนั้น อาจทำให้มีอาการง่วงซึม เหนื่อยล้า กล้ามเนื้ออ่อนแรง ร่างกายสูญเสียความสมดุล ลมหายใจอ่อนแรง มึนงง เห็นภาพหลอน ซึมเศร้า กล้ามเนื้อกระตุก กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ รวมถึงเกิดอาการชักได้ โดยความผิดในฐานผู้ขาย ต้องระวางโทษจำคุก 2-10 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000 – 1,000,000 บาท และความผิดฐานครอบครองหรือใช้ประโยชน์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ขณะที่ยาเค หรือ คีตามีน (Ketamine) เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ประเภท 2 ตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 ใช้เป็นยาสลบก่อนทำการผ่าตัด สามารถระงับปวด ช่วยขยายหลอดลม ต่อต้านอาการซึมเศร้าได้

ทั้งนี้ ในระยะหลังพบว่า มีการนำคีตามีนมาใช้ในทางที่ผิด โดยใช้เพื่อความบันเทิงร่วมกับยาเสพติดร้ายแรงชนิดอื่น เช่น ยาอี และโคเคน ผู้เสพจะรู้สึกมึนงง ความคิดสับสน ตาลาย หูแว่ว การรับรู้และการตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมจะเปลี่ยนแปลงไป หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง อาจเกิดอาการประสาทหลอน การเสพในระยะเวลานาน จะทำให้ผู้เสพประสบกับสภาวะโรคจิต และกลายเป็นคนวิกลจริตได้ โดยความผิดในฐานผู้เสพ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ความผิดฐานผู้ขาย ต้องระวางโทษจำคุก 4-20 ปี และปรับตั้งแต่ 400,000 – 2,000,000 บาท และความผิดฐานครอบครองหรือใช้ประโยชน์ ต้องระวางโทษจำคุก 1-5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 – 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

“สำหรับความเชื่อมโยงของยาเคนมผง ที่พบในหลายพื้นที่ในเขตกรุงเทพมหานครนั้น คงต้องดูผลการตรวจพิสูจน์จากของกลางที่พบในคดีอื่นว่าเป็นสารชนิดเดียวกันหรือไม่ รวมถึงอาศัยข้อมูลการสืบสวนสอบสวนขยายผลจับกุมของเจ้าหน้าที่ว่าในแต่ละคดีมีความเชื่อมโยงกันหรือไม่อย่างไร ทั้งนี้ หากมีความคืบหน้าใดๆ เพิ่มเติม สำนักงาน ป.ป.ส. จะเร่งแจ้งให้พี่น้องประชาชนทราบต่อไป” นายวิชัย ไชยมงคลเลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวทิ้งท้าย





ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

You may have missed