พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ปส. แถลงผลการจับกุมและสกัดกั้นผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 4 คดี สำคัญของกลาง ยาบ้า 3,240,000 เม็ด , สารไอซ์ 520 กิโลกรัม, กัญชา 400 กิโลกรัม

พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ปส. แถลงผลการจับกุมและสกัดกั้นผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 4 คดี สำคัญของกลาง ยาบ้า 3,240,000 เม็ด , สารไอซ์ 520 กิโลกรัม, กัญชา 400 กิโลกรัม

“บิ๊กยิ้ม” ผบช.ปส.แถลงข่าว
การจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญ
จำนวน 4 คดี
ยาบ้า 3.24 ล้านเม็ด , สารไอซ์ 520 กิโลกรัม และ กัญชา ๔๐๐ กิโลกรัม
ผู้ถูกจับ ๖ คน

วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2564 เวลา 10.00 น.
ณ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด

ภายใต้อำนวยการของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร., พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร.(ปป), พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้ช่วย ผบ.ตร.(ปป 6), พล.อ.วรเกียรต รัตนานนท์ เลขาธิการ กอ.รมน., พล.ท.ธเนศ วงศ์ชะอุ่ม แม่ทัพภาคที่ 2/ผอ.ศอ.ปส.ชน., และ นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้รับบัญชานำข้อสั่งการนำสู่การปฏิบัติ

กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด โดย พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ปส.,พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์
รอง ผบช.ปส.,พล.ต.ต.นพดล ศรสำราญ รอง ผบช.ปส.,พล.ต.ต.สุศักดิ์ ปรักกมะกุล รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.อนุภาพ ศรีนวล รอง ผบช.ปส.,พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง ผบก.ปส.1,พล.ต.ต.วัชรินทร์ บุญคง ผบก.ปส.2,พล.ต.ต.บรรพต
มุ่งขอบกลาง ผบก.ปส.3,พล.ต.ต.วุฒิพงษ์ นาวิน ผบก.ปส.4,พล.ต.ต.พลัฏฐ์ วิเศษสิงห์ ผบก.สกส.,พล.ต.ต.วิวัฒน์ ลีลาเขตต์ ผบก.ขส., พล.ต.ต.สมบัติ ชูชัยยะ ผบก.อก.บช.ปส.,พล.ต.ต.หญิง วนิดา หาญบุญเศรษฐ ผบก.ประจำ บช.ปส. กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร โดย พล.ท.ธนณัฐ ยังเฟื่องมนต์ ผอ.ศปป.2 กอ.รมน., พล.ต.ศุรพงษ์ ชำนิยันต์ รอง ผอ.ศปป.2 กอ.รมน., พล.อ.ต.สมยศ จุลเสน รอง ผอ.ศปป.2, พ.อ.เสกสรร
โพทิพยวงศ์ ผช.ผอ.ศปป.2 กอ.รมน. ศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย โดย พล.ท.กนกพงษ์ จันทร์นวล ผู้บัญชาการ
ศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย และ พ.อ.อภิชาติ ชูเกียรติตกุล ผอ.กอง 12 ศุลกากร โดย นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมศุลกากร,นายชัยยุทธ คำคุณ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร,นายพันทอง ลอยกุลนันท์ รองอธิบดีกรมศุลกากร, นายธาดา ชุมไชโย ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและปราบปราม, นายเดชา วิชัยดิษฐ์ ผอ.ส่วนสืบสวนปราบปราม 3 กรมศุลกากร และนายชัยวัฒน์ วรปัญญา หัวหน้าฝ่ายปราบปราม 1 กรมศุลกากร สำนักงาน ป.ป.ส. โดย นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส., พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และ นายอุดมชัย โลหณุต ผอ.สำนักปราบปรามยาเสพติด และนางทิพย์ชนก โชติกเสถียร นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ

คดีที่ 1
เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 เวลาประมาณ 07.10 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปส.2 ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ปรากฏรายละเอียด ดังนี้ผู้ถูกจับ

  1. นายชัยวิชิต บุดสีดี เลขประชาชน 1 3503 00093 82 4 อายุ 30 ปี ที่อยู่ 25 หมู่ 4 ต.กำแมด อ.กุดชุม จว.ยโสธร
  2. นายณัฐพล เอี้ยงกัณหา เลขประชาชน 1 3503 00129 77 2 อายุ 27 ปี ที่อยู่ 77/1 หมู่ 4 ต.กำแมด อ.กุดชุม จว.ยโสธร พร้อมด้วยของกลาง 1. ยาบ้าจำนวน 9 กระสอบ จำนวน 3.24 ล้านเม็ด 2. สารไอซ์จำนวน 13 กระสอบ 520 กิโลกรัม 3. รถยนต์กระบะยี่ห้อเชพโรเล็ตตู้ทึบ หมายเลขทะเบียน ผห 5625 ชลบุรี จำนวน 1 คัน 4. โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง

โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าและสารไอซ์)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฏหมาย” สถานที่เกิดเหตุ/ตรวจยึด
บริเวณป้อมตำรวจทางหลวงคลองไผ่ ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว จว.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 เวลาประมาณ 07.10 น.

พฤติการณ์แห่งคดี ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดในเขต อำเภอกุดชุม จว.ยโสธร ลำเลียง ยาเสพติด จากพื้นที่แนวชายแดนริมแม่น้ำโขงจังหวัดนครพนม ไปส่งให้ลูกค้าในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้จัดกำลังเข้าประจำจุดตามเส้นทาง ที่รถในขบวนลำเลียงยาเสพติดวิ่งผ่าน ต่อมาพบรถยนต์เป้าหมายขับขี่ไปตาม ถ.มิตรภาพเข้าสู่ อ.เมือง จว.นครราชสีมา และวิ่งต่อไปยัง อ.สีคิ้ว จว.นครราชสีมา จึงได้แจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบและได้ประสานด่านตรวจยานพาหนะสีคิ้ว เพื่อตรวจสอบรถยนต์เป้าหมาย เมื่อมาถึงด่านตรวจยานพาหนะฯ รถยนต์เป้าหมายได้ทำการหลบหนีการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ติดตาม เมื่อมาถึงตู้ยามทางหลวงคลองไผ่ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สกัดรถเพื่อให้รถยนต์คันดังกล่าวหยุด ทันใดนั้น รถยนต์เป้าหมายได้เลี้ยวเข้าซอยทางเข้าตู้ยามทางหลวงและได้หยุดรถมีชายสองคนลงจากรถและวิ่งหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม สามารถติดตามจับกุมนายชัยวิชิต บุดสีดี และนายณัฐพล เอี้ยงกัณหา(ทราบชื่อภายหลังการจับกุม) จึงได้นำตัวทั้งสองมายังรถยนต์คันดังกล่าวที่จอดทิ้งไว้เพื่อตรวจสอบสิ่งที่อยู่ภายในรถยนต์ ปรากฏว่ามียาบ้าและ
สารไอซ์ของกลาง จึงได้นำผู้ถูกจับพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.2 และจะได้ทำการสืบสวนสอบสวนขยายผลต่อไป
คดีที่ ๒
เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2564 เจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ปส.3, เจ้าหน้าที่ทหาร และ ปปส.ได้ร่วมกันสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ ดังนี้

1.นายวีระชัย ยิ่งคุณ อายุ 38 ปี ที่อยู่ 132 หมู่ 6 ต.สันสลี อ.เวียงป่าเป้า จว.เชียงราย บุคคลตามหมายจับของศาลอาญา ที่ 60/2564 ลงวันที่ 21 มกราคม 2564

โดยกล่าวหาว่า “สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและได้มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดตามที่ได้สมคบกัน ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า)ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (คีตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อขายโดยไม่ได้รับอนุญาต” สถานที่เกิดเหตุ/ตรวจยึดหน้าบ้านเลขที่ 132 ม.6 ต.สันสลี อ.เวียงป่าเป้า จว.เชียงราย

พฤติการณ์แห่งคดี ในคดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 10-11 กรกฎาคม 2563 เจ้าหน้าที่ บก.ปส.3 ได้ทำการจับกุมนายอภินันท์ ทัพพุ่ม กับพวกรวม 6 คน พร้อมของกลางเป็นไอซ์จำนวน 100 กิโลกรัม และเคตามีนจำนวน 150 กิโลกรัม ที่ อ.ไพศาลี จว.นครสวรรค์ ในความผิดฐาน “สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปกระทำความผิดเกี่ยวกับ
ยาเสพติด และได้กระทำความผิดอันเนื่องจากเหตุที่ได้สมคบกัน, ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท1 (เมทแอมฟตามีน) ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท2 (เคตามีน) ไว้ในความครอบครองเพื่อขายโดยไม่ได้รับอนุญาต” เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนสอบสวนขยายผล จนสามารถออกหมายจับบุคคลในเครือข่าย นายอภินันท์ ทัพพุ่ม ได้หลายคน และในวันเกิดเหตุสามารถจับกุมนายวีระชัย ยิ่งคุณ บุคคลตามหมายจับของ ศาลอาญา ที่ 60/2564 ลงวันที่ 21 มกราคม 2564 พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินไว้เพื่อตรวจสอบตาม พรบ.มาตรการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดดังนี้

1.เอกสารการซื้อขายที่ดิน (สวนลำไย) เนื้อที่ประมาณ 26 ไร่ ราคาประมาณ 1,500,000 บาท
2.รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน งว-4673 เชียงใหม่ ราคาประมาณ 800,000 บาท
3.รถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า วีออส สีขาว หมายเลขทะเบียน งว-156 เชียงใหม่ ราคาประมาณ 500,000 บาท
รวมทรัพย์สินที่ยึดไว้เพื่อตรวจสอบมูลค่าประมาณ 2,800,000 บาท
คดีที่ ๓
เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2564 เจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ปส.3, เจ้าหน้าที่ทหาร และ ปปส.ได้ร่วมกันสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ ดังนี้
1.นายประสิทธิ์ศักดิ์ หรือเก๊า แซ่เห่อ อายุ 41 ปี ที่อยู่ 159 หมู่ 1 ต.แม่ศึก อ.แม่แจ่ม จว.เชียงใหม่ บุคคลตามหมายจับของศาลอาญา ที่ 59/2564 ลงวันที่ 21 มกราคม 2564
โดยกล่าวหาว่า “สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและได้มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดตามที่ได้สมคบกัน ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (คีตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อขายโดยไม่ได้รับอนุญาต”
สถานที่เกิดเหตุ/ตรวจยึด หน้าบ้านเลขที่ 159 หมู่ 1 ต.แม่ศึก อ.แม่แจ่ม จว.เชียงใหม่
พฤติการณ์แห่งคดี ในคดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 10-11 กรกฎาคม 2563 เจ้าหน้าที่ บก.ปส.3 ได้ทำการจับกุมนายอภินันท์ ทัพพุ่ม กับพวกรวม 6 คน พร้อมของกลางเป็นไอซ์ จำนวน 100 กิโลกรัม และเคตามีนจำนวน 150 กิโลกรัม ที่ อ.ไพศาลี จว.นครสวรรค์ ในความผิดฐาน “สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และได้กระทำความผิดอันเนื่องจากเหตุที่ได้สมคบกัน, ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท2 (เคตามีน) ไว้ในความครอบครองเพื่อขายโดยไม่ได้รับอนุญาต” เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนสอบสวนขยายผล จนสามารถออกหมายจับบุคคลในเครือข่าย นายอภินันท์ ทัพพุ่ม ได้หลายคน และต่อมาในวันเกิดเหตุได้จับกุมนายประสิทธิ์ศักดิ์ หรือเก๊า แซ่เห่อ บุคคลตามหมายจับของศาลอาญา ที่ 59/2564 ลงวันที่ 21 มกราคม 2564พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินไว้เพื่อตรวจสอบตามพรบ.มาตรการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ดังนี้
1.เอกสารการครอบครองที่ดินทำกิน บนเนื้อที่ประมาณ 60 ไร่ ราคาประเมินไร่ละประมาณ 200,000 บาท รวมราคาประมาณ 12,000,000 บาท
2.อาคารที่พักอาศัย ชั้นเดียว พร้อมสิ่งปลูกสร้างใช้สอย ราคาประมาณ 1,000,000 บาท
3.รถยนต์เก๋ง และรถยนต์กระบะ จำนวน7 คัน ราคาประมาณ 4,300,000 บาท
4.รถไถยี่ห้อคูโบต้า จำนวน 1 คัน ราคาประมาณ 700,000 บาท
5.เงินสด จำนวน 3,940,000 บาท
6.ท่อนไม้และไม้แปรรูปต้นจำปีขาวไม้หวงห้ามจำนวนมากมูลค่าประมาณ 1,000,000 บาท รวมทรัพย์สินที่ยึดไว้เพื่อตรวจสอบ มูลค่าประมาณ 23,040,000 บาท
คดีที่ ๔
เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2564 เจ้าพนักงานตำรวจ กก.3 บก.ปส.3 ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ทหาร และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา ดังนี้

  1. นางกมลวรรณ คามรักขิด ที่อยู่ 77 ม.7 ต.บางทรายน้อย อ.หว้านใหญ่ จว.มุกดาหาร
  2. นายกอบชัย คามรักขิด ที่อยู่ 349 ซ.เดชอุดม14 ต.ในเมือง อ.เมือง จว.นครราชสีมา
    พร้อมของกลาง จำนวน 2 รายการ
  3. ยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) จำนวนประมาณ 400 กิโลกรัม
  4. โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง
    โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันกับพวกที่หลบหนีมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” สถานที่เกิดเหตุ/ตรวจยึด บริเวณลานหน้าอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.ในเมือง อ.เมือง จว.นครราชสีมา
    พฤติการณ์แห่งคดี ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนทราบว่า กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดเครือข่าย เจ้ปู จะลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าสู่พื้นที่ตอนใน จึงได้เฝ้าติดตามพฤติการณ์กลุ่มเครือข่ายนี้เรื่อยมา จนกระทั่งในวันเกิดเหตุสืบสวนทราบว่ากลุ่มเครือข่ายเจ้ปูนำรถยนต์กระบะซุกซ่อนยาเสพติดมาจอดไว้บริเวณริมถนนใกล้กับโรงเรียนบ้านสามขามิตรภาพที่ 3 ต.คำป่าหวาย อ.หว้านใหญ่ จว.มุกดาหาร จากการตรวจค้นพบยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ซุกซ่อนอยู่บริเวณกระบะท้ายรถยนต์ จำนวนประมาณ
    400 กิโลกรัม เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้สืบสวนขยายผลจนสามารถจับกุมนางกมลวรรณ คามรักขิด หรือเจ้ปู
    และ นาย กอบชัย คามรักขิด ต่อมาได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ไปทำการตรวจค้นที่พักอาศัย พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินไว้ตรวจสอบตาม พรบ.มาตราการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ดังนี้
  5. รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน ขต 6472 นครราชสีมา ราคาประมาณ 500,000 บาท
  6. ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง เลขที่ 349 ซ.เดชอุดม14 ต.ในเมือง อ.เมือง จว.นครราชสีมา ราคาประมาณ 2,000,000 บาท
    รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ยึดไว้เพื่อตรวจสอบ ประมาณ 2,500,000 บาท

ประชาสัมพันธ์
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำหนดช่องทางแจ้งเบาะแสยาเสพติด
และรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนทั่วประเทศที่หมายเลข 1599 และศูนย์ 191 ทุกจังหวัด
เพื่อเป็นทางเลือกในการร้องเรียนและแจ้งเบาะแสเรื่องยาเสพติดเพิ่มขึ้น


กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด
88 หมู่ 3 ถนนวิภาวดีรังสิตแขวงตลดบางเขนเขตหลักสี่กรุงเทพมหานคร 10210
โทร.025218266-75

กัณฑ์อเนก Cop Hero Thailand Magazine : รายงาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

You may have missed