รมว.ยุติธรรม นำป.ป.ส. – UNODC แถลงโชว์ผลความร่วมมือจับยึดเฮโรอีนล็อตใหญ่เตรียมส่งออก 214 กก. มูลค่า 1,070 ล้านบาท ชี้พบสารตั้งต้นตัวใหม่ 3 ชนิดลักลอบขนในกลุ่มลุ่มน้ำโขง ขอบคุณทุกหน่วยงานทำงานบูรณาการช่วยกันปราบปราม





รมว.ยุติธรรม นำป.ป.ส. – UNODC แถลงโชว์ผลความร่วมมือจับยึดเฮโรอีนล็อตใหญ่เตรียมส่งออก 214 กก. มูลค่า 1,070 ล้านบาท ชี้พบสารตั้งต้นตัวใหม่ 3 ชนิดลักลอบขนในกลุ่มลุ่มน้ำโขง ขอบคุณทุกหน่วยงานทำงานบูรณาการช่วยกันปราบปราม

รมว.ยุติธรรม นำป.ป.ส. – UNODC แถลงโชว์ผลความร่วมมือจับยึดเฮโรอีนล็อตใหญ่เตรียมส่งออก 214 กก. มูลค่า 1,070 ล้านบาท ชี้พบสารตั้งต้นตัวใหม่ 3 ชนิดลักลอบขนในกลุ่มลุ่มน้ำโขง ขอบคุณทุกหน่วยงานทำงานบูรณาการช่วยกันปราบปราม

เมื่อวันที่ 4 ก.พ.เวลา 14.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานแถลงข่าวเปิดตัวรายงานลักลอบค้าสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ําโขง เพื่อประโยชน์การปราบปรามสารตั้งต้นและยาเสพติดลุ่มแม่น้ําโขง และ UNODC ได้สนับสนุนอุปกรณ์ตรวจ วิเคราะห์ยาเสพติดโดยใช้เทคนิค Raman Spectroscopy แบบพกพาแก่ สํานักงาน ป.ป.ส. โดยมี นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วย นายเจเรมี ดักลาส ผู้แทนจากสํานักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ประจําภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก สํานักงานตํารวจแห่งชาติ กรมศุลกากร เจ้าหน้าที่ตํารวจ ศุลกากรจากนานาชาติ อาทิ ญี่ปุ่น เยอรมัน นิวซีแลนด์ แคนาดา เกาหลีใต้ อเมริกา ออสเตรเลีย และสหภาพยุโรป เข้าร่วมงาน นอกจากนี้ยังมีการโชว์เฮโรฮีนและของกลางที่ยึดได้จากการจับกุมด้วย

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนได้เข้าร่วมการประชุมกับ รัฐมนตรีของ 6 ประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ําโขง และได้ประกาศ “ปฏิบัติการร่วมสามเหลี่ยมทองคํา1511” ท่ีมุ่งเน้นการยกระดับการป้องกันและสกัดกั้นสารต้ังต้นและเคมีภัณฑ์ โดยปีงบประมาณ 2563 ที่ผ่านมา สามารถจับ ยึดสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ได้เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 67 และสามารถทําลายแหล่งผลิตยาเสพติดได้อย่างต่อเนื่อง แนวโน้มการจับกุมสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ที่เพิ่มนี้ เป็นข้อบ่งชี้ที่สําคัญที่แสดงให้เห็นว่าปัญหายาเสพติดในปัจจุบันมี พัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม คือ เปลี่ยนจาก ยาเสพติดจากพืชเป็นยาเสพติดประเภทสังเคราะห์ หรือการใช้ สารเคมีที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมในระบบระหว่างประเทศเพิ่มมากข้ึน ดังน้ัน UNODC จึงได้ทําการศึกษาวิจัยแนวทางการกํากับดูแลและควบคุมสารต้ังต้นและเคมีภัณฑ์ โดยพบสารตัวใหม่ 3 ชนิด คือ  Phenyl-2-Propanone, คาเฟอีน, Propionyl chloride ในประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ําโขง ได้แก่ กัมพูชา จีน สปป.ลาว เมียนมา ไทย และเวียดนามและจัดทําเป็นรายงาน ลักลอบค้าสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ําโขง 

"UNODC ยังจะให้การสนับสนุนอุปกรณ์ตรวจวิเคราะห์ยาเสพติดสารตั้งต้น และสารเพิ่มปริมาณ ต้องสงสัยโดยใช้เทคนิค RamanSpectroscopy แบบพกพาแก่ สํานักงาน ป.ป.ส. เพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่ตรวจวิเคราะห์ หาสารเสพติดเบื้องต้นและสารที่อยู่ภายใต้การควบคุม หลายชนิดได้อย่างปลอดภัย แม่นยําและรวดเร็วกว่าการตรวจพิสูจน์ด้วยวิธีเดิม โดยในสหรัฐอเมริกา ถือว่าผลการตรวจพิสูจน์ ยาเสพติดเบื้องต้นด้วยวิธีดังกล่าวเป็นหนึ่งในหลักฐานประกอบการพิจารณาคดีในชั้นศาลได้ปัจจุบัน เครื่องตรวจ วิเคราะห์ยาเสพติดแบบพกพาถูกยังใช้ในการตรวจพิสูจน์ยาเสพติดในหลายประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น อังกฤษ เป็นต้น" 
นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมามีการจับกุมเฮโรอีน น้ําหนัก 214 กิโลกรัม ที่เป็นผลงานความร่วมมือในการสืบสวนของ สํานักงาน ป.ป.ส. บช.ปส. ศุลกากร ศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย และกองทัพเรือซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้โครงการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด  ที่ร่วมกันสืบสวนจนทราบว่าจะมีการลักลอบส่งยาเสพติดผ่านทางเรือไปยังต่างประเทศ กระทั่งพบผู้ต้องสงสัยขับรถนํากล่องพัสดุไปรษณีย์ขนาดใหญ่ จํานวน 25 กล่อง มาส่งที่บริษัทชิปปิ้งแห่งหนึ่ง เพื่อเตรียมส่งออกนอกประเทศ จึงตรวจสอบพัสดุดังกล่าวด้วยเครื่องเอ็กซเรย์ พบวัตถุต้องสงสัยซุกซ่อนอยู่ ภายในกรอบรูป เมื่อนํามาตรวจสอบพบว่าเป็นเฮโรอีน น้ําหนัก 214 กิโลกรัม ซึ่งถ้าเฮโรอีนดังกล่าวถูกส่งไปยังประเทศปลายทางจะมีมูลค่าถึง 1,070 ล้านบาท และจากการตรวจสอบบุคคล ในเครือข่ายดังกล่าว พบมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายนักค้ายาเสพติดระหว่างประเทศรายสําคัญ ซึ่งสํานักงาน ป.ป.ส. จะทําการสืบสวนขยายผล นําบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาลงโทษ และทําการยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการ กระทําผิดทั้งหมดต่อไป

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนขอขอบคุณทุกหน่วยงาน ทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ร่วมมือกันในการปราบปรามยาเสพติด สิ่งสำคัญในการจับกุมนอกจากปริมาณแล้วการขยายผลไปสู่การยึดสารตั้งต้นเป็นสิ่งที่สำคัญ นนอกจากนี้เรายังมีวิธีการปราบปรามรูปแบบใหม่ คือ การยึดทรัพย์ตัดวงจรเครือข่ายยาเสพติด ที่เราต้องมีเครื่องมือและกฎหมายในการดำเนินการ ซึ่งขณะนี้การแก้ประมวลกฎหมายยาเสพติดอยู่ในการพิจารณาของสภาแล้ว คาดว่าอีกไม่นานจะเสร็จ รวมถึงตัวชี้วัดผลงานของหน่วยงานต่างๆ จากเดิมที่เราดูที่จำนวนยาที่จับได้ จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปดูที่การขยายผลการจับกุม จำนวนเงินที่สืบสวนขยายผลจนยึดได้ด้วย สิ่งต่างๆเหล่านี้ตนเชื่อว่าจะทำให้การป้องกันและปราบปรามยาเสพติดมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ขอขอบคุณข้อมูลข่าวสาร : ปปส.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

You may have missed