สตม. รวบต่างชาติหนีหมายจับฉ้อโกง 10 ล้านบาท

สตม. รวบต่างชาติหนีหมายจับฉ้อโกง 10 ล้านบาท
สตม.รวบต่างชาติหนีหมายจับฉ้อโกง 10 ล้านบาท
ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุเมธ เมฆขจร ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.ภาณุภาคยณ์ จิตติ์ประยูรตี รอง ผบก.ตม.6,และ พ.ต.อ.ศุภฤกษ์ พันธ์โกศล ผกก.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี
ร่วมแถลงข่าวจับกุมคดีคนต่างชาติกระทำความผิดรายสำคัญ และคดีที่น่าสนใจ ดังนี้
สืบเนื่องมาจากก่อนการจับกุมคดีนี้ สภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จว.สุราษฎร์ธานีได้รับแจ้งความร้องทุกข์จากตัวแทนของบริษัทแห่งหนึ่งว่ามีคนต่างชาติ ชื่อนายโล่ว (Mr.Low) หรือ อาเหว่ย อายุ 43 ปี สัญชาติมาเลเซีย ซึ่งเป็นลูกจ้างมีตำแหน่งเป็นผู้จัดการฝ่ายประสานงานของบริษัทฯ ได้ทำการปลอมเอกสารการเบิกจ่ายเงิน โดยอ้างว่าต้องนำไปจ่ายค่างวดให้แก่ผู้รับเหมาก่อสร้างในโครงการก่อสร้างวิลล่าชื่อ ดุก จำนวนหลายครั้ง ในระหว่างเดือนมิถุนายน – เดือนกันยายน 2563 แต่นายเหว่ยไม่ได้นำเงินส่วนนั้นไปชำระค่าว่าจ้างให้แก่ผู้รับเหมาแต่อย่างใด รวมค่าเสียหายที่นายเหว่ยได้ทำการฉ้อโกงเงินบริษัทดังกล่าวในฐานะนายจ้างไปเป็นจำนวนเงินประมาณ 10 ล้านบาท แล้วได้หลบหนีออกจากพื้นที่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ไปพำนักอยู่ในราชอาณาจักรตามที่ต่างๆ จนกระทั้งพนักงานสอบสวน สภ.บ่อผุด ได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติให้ศาลจังหวัด เกาะสมุย ออกหมายจับเพื่อติดตามตัว นายเหว่ยมาดำเนินคดี และศาลจังหวัดเกาะสมุย จึงได้อนุมัติหมายจับที่ 102/2564 ในฐานความผิดฉ้อโกง
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ออกสืบสวนจนทราบมาว่านายเหว่ยซึ่งได้หลบหนีหมายจับดังกล่าว ได้เดินทางกลับมาหาแฟนสาวในพื้นที่อำเภอเมือง จว.สุราษฎร์ธานี เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้สนธิกำลังร่วมกันวางแผนจับกุมตัวนายเหว่ยตามหมายจับ ซึ่งนายเหว่ยกำลังเดินอยู่ในตลาดแห่งหนึ่งใน ต.หน้าเมือง อ.เมือง จว. สุราษฎร์ธานี จึงได้แจ้งให้นายเหว่ยทราบว่าต้องถูกจับตามหมายจับ และนายเหว่ยรับว่าตนเองชื่อ นายโล่ว (Mr.Low) หรือ อาเหว่ย อายุ 43 ปี สัญชาติ มาเลเซีย ตรงตามหมายจับจริง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จว.สุราษฎร์ธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ต่อมาเมื่อตรวจสอบการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ตามรายละเอียดข้อมูลการเดินทางของนายโล่ว (Mr.Low) หรือ อาเหว่ย อายุ 43 ปี สัญชาติ มาเลเซีย เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรครั้งสุดท้ายทางด่าน ตม.สะเดา ตม.จว.สงขลา เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2563 ด้วยประเภทการอนุญาตสงวนสิทธิ์กลับเข้ามาในราชอาณาจักรอีก ได้รับอนุญาตถึง 29 ต.ค. 2563 ทำให้การอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรขณะทำการจับกุมสิ้นสุดลง จำนวน 99 วัน จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่าอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุดอีกหนึ่งข้อหา
สตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง ฯ และการกระทำความผิดในกฎหมายอื่น การประสานความร่วมมือกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง และประเทศเพื่อนบ้าน ให้บริการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง หากพบการกระทำผิดกฎหมาย การก่อเหตุอันตรายใด ๆ อันกระทบต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน อันอาจทำให้เกิดความเสียหาย ต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ กรุณาแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพ ฯ 10120 หรือหมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างสูง

จากการระบาดระลอกใหม่ของเชื้อโควิด-19 ที่แพร่ระบาดในประเทศไทยขณะนี้  คนต่างด้าวที่เข้ามาใช้แรงงานภายในประเทศ มีทั้งที่เข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุดลง กระทรวงแรงงานได้แก้ปัญหาโดยบริหารจัดการให้แรงงานสัญชาติกัมพูชา  ลาว   และเมียนมา ได้อยู่และทำงานในประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาขาดแคลนแรงงาน และสามารถตรวจสอบควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในกลุ่มแรงงานต่างด้าวได้อย่างเป็นระบบ
ในการดำเนินการครั้งนี้ได้จัดให้มีการจัดเก็บอัตลักษณ์บุคคล (Biometrics) กับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับการตรวจโรคโควิด-19 เพื่อการพิสูจน์ตัวตนของคนต่างด้าวและความมั่นคงของประเทศ และส่งข้อมูลให้กรมการจัดหางานออกใบอนุญาตทำงาน ภายในวันที่ 16 เมษายน 2564
ซึ่งผบช.สตม.สั่งการให้เปิดพร้อมกันทั่วประเทศ ในวันที่15 กพ.63

แต่เนื่องจากพื้นที่กรุงเทพมีกลุ่มแรงงานจำนวนเยอะ ผบช.สตม.สั่งการให้ กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 ซึ่งให้บริการงานเกี่ยวกับคนต่างด้าว ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร เริ่มเปิดบริการตั้งแต่8 กพ.64

จำนวน 2 แห่ง คือ
1.1 ศูนย์เก็บอัตลักษณ์ ร้ายชายคาพักกาย  เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร เปิดทำการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. รับบริการคิวออนไลน์ 1,200 คนต่อวัน

    1.2 ศูนย์เก็บอัตลักษณ์ตลาดสดสี่แยกหนองจอก  เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร เปิดทำการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. รับบริการคิวออนไลน์ 2,400 คน ต่อวัน

เปิดทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ การเข้ารับบริการ โดยการจองคิวออนไลน์ล่วงหน้า

#ยาว ธนกฤษ Cop Hero Thailand Magazine : รายงาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

You may have missed