สตม.รวบหนุ่มเมืองโอ่งหัวใสรวมรอยเจ้าของบัญชีธนาคารโอนเงิน 1.5.ล้าน

รวบหนุ่มเมืองโอ่งหัวใสสวมรอยเจ้าของบัญชีธนาคาร โอนเงิน 1.5 ล้าน
ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. สั่งการให้ทุกหน่วยติดตามตรวจสอบและจับกุมผู้กระทำผิดที่มีพฤติการณ์เกี่ยวกับการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารหลอกลวงขอรหัสผ่านที่ใช้ได้เพียงครั้งเดียวหรือรหัส OTP (One Time Password) สวมรอยเป็นเจ้าของบัญชีถอนเงินหรือโอนเงินออกจากบัญชีของผู้เสียหาย
วันนี้ (2 เมษายน 2564) เวลา 10.30 น. พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ศิลปคมณ์ เอี่ยมวงศ์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชาติชาย ตันติวุฒิวร ผกก.1 บก.สส.สตม. ได้แถลงข่าวผลการจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญโดยมีรายละเอียดดังนี้
เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.สส.สตม. ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.สอท.2 และ สภ.ทุ่งหลวง จว.ราชบุรี จับกุม นายจักรกฤษณ์ อายุ 24 ปี สัญชาติไทย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง ที่ จ.63/2564 ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน และเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูล คอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน” นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ประเวศ ดำเนินคดีตามกฎหมาย สถานที่จับกุม บริเวณหน้าห้องเช่าไม่มีเลขที่ หมู่ที่ 6 ต.ทุ่งหลวง อ.ปากท่อ จว.ราชบุรี
พฤติการณ์การกระทำผิด กล่าวคือ นายจักรกฤษณ์ ผู้ต้องหา ได้ใช้เฟซบุ๊ก (Facebook) ชื่อนายกัน คนเดิม เข้าไปค้นหาชื่อ นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์ และหมายเลขบัญชีธนาคารของพ่อค้าแม่ค้าขายของออนไลน์ซึ่งได้โพสต์ไว้สำหรับการติดต่อซื้อขายสินค้าออนไลน์ หลังจากนั้นผู้ต้องหาได้เข้าไปในเว็บเพจหนึ่งเพื่อจ้างให้ทำสำเนาบัตรประชาชนของพ่อค้าแม่ค้าสินค้าออนไลน์ แล้วนำข้อมูลส่วนบุคคลนั้นแสร้งเป็นเจ้าของบัญชีธนาคารโทรศัพท์ ไปยัง Call center ของธนาคารเพื่อสอบถามยอดเงินในบัญชี โดยหากเจ้าของบัญชีเป็นหญิงผู้ต้องหาก็จะเลียนเสียงเป็นหญิงเพื่อให้เจ้าหน้าที่ Call center ของธนาคารเชื่อว่าเป็นหญิงเจ้าของบัญชี เมื่อทราบยอดเงินในบัญชีธนาคารแล้ว ผู้ต้องหาจะเลือกบัญชีที่มียอดเงินจำนวนมาก โดยจะนำสำเนาบัตรประชาชนที่ได้ว่าจ้างให้เว็บเพจทำขึ้นมารับรองสำเนาถูกต้องในนามของเจ้าของบัตรประชาชนพร้อมเขียนข้อความกำกับไว้ว่า “ข้าพเจ้าขอมอบอำนาจ ให้นายจักรกฤษณ์ฯ ไปออกซิมการ์ดของหมายเลขโทรศัพท์นี้ เนื่องจากข้าพเจ้าไม่สะดวก ไปด้วยตนเอง” แล้วนำบัตรประชาชนของตนเอง พร้อมด้วยสำเนาบัตรประชาชนที่ทำปลอมขึ้นนั้น ไปขอซิมการ์ดใหม่ ที่ศูนย์บริการโทรศัพท์ แล้วได้นำซิมการ์ดใหม่ที่ได้ใส่ในโทรศัพท์ตนเองโทรศัพท์ไปยัง Call center ของธนาคาร เพื่อขอ Reset รหัสผ่าน หลังจากที่ธนาคารได้ส่งรหัส OTP (One Time Password) ให้แล้ว ได้เข้าไปที่แอพพลิเคชั่นออนไลน์ของธนาคารแห่งหนึ่งแล้วสวมตนเป็นเจ้าของบัญชีโอนเงินจากบัญชีผู้เสียหายเป็นจำนวนเงิน 1.5 ล้านบาท ไปยังบัญชีธนาคารของผู้ต้องหาซึ่งได้เปิดไว้ แล้วนำเงินที่ได้ไปเล่นการพนันออนไลน์ เมื่อผู้เสียหายทราบว่าเงินในบัญชีได้หายไปจึงไปแจ้งความร้องทุกข์กับ พงส.สน.ประเวศ ต่อมาศาลอาญาพระโขนงได้ออกหมายจับ ที่ จ.63/2564 ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 ให้จับตัวนายจักรกฤษณ์ ในความผิดฐาน “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน และเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน”
จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมทราบว่านายจักรกฤษณ์ ได้หลบหนีการจับกุมไปพักอาศัยที่บริเวณห้องเช่าไม่มีเลขที่ หมู่ที่ 6 ต.ทุ่งหลวง อ.ปากท่อ จว.ราชบุรี จึงได้ร่วมกันออกสืบสวนติดตามหาตัวนายจักรกฤษณ์ จนกระทั่งต่อมาได้พบตัวนายจักรกฤษณ์ จึงได้แสดงหมายจับพร้อมจับกุมตัว นำส่งพนักงานสอบสวน สน.ประเวศดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สตม. จึงขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปราม
การกระทำความผิดต่างๆ รวมทั้งการดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม
กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนหรือ ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเบาะแสในการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง
ขอบคุณข้อมูลข่าวสาร : สตม.สวนพูล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

You may have missed