#Cop Hero Thailand Magazine บก.สส.สตม. จับกุมผู้ต้องหา ขายหน้ากากอนามัยเกินราคา

บก.สส.สตม. จับกุมผู้ต้องหา ขายหน้ากากอนามัยเกินราคา

บก.สส.สตม. จับกุมผู้ต้องหา ขายหน้ากากอนามัยเกินราคา
ตามนโยบาลรัฐบาล โดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการป้องกันปราบปรามแก้ปัญหาการฉวยโอกาสจำหน่ายหน้ากากอนามัยเกินราคา สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่มีความต้องการใช้หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า covid-19 ทำให้มีการลักลอบนำหน้ากากอนามัยจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามมาจำหน่าย ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานจากกสาธารณสุข โดยให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิด นั้น
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.พรชัย ขันตี รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณัฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น ผบก.สส.สตม.,พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.สตม.,พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล ผกก.4 บก.สส.สตม. ร่วมแถลงข่าวจับกุม โดยมีรายละเอียด ดังนี้
เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.สส.สตม. ได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหายว่ามีการจำหน่ายหน้ากากอนามัยเกินราคา ในเฟสบุ๊คบัญชีผู้ใช้ชื่อ “Chaiphichayut” ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.สส.สตม. จึงได้ร่วมกันกับ ศปชก.สตม. ทำการตรวจสอบเฟสบุ๊คดังกล่าว จากการตรวจสอบพบว่าจำหน่ายหน้ากากอนามัยในราคาสูงเกินสมควร คือราคากล่องละ 550 บาท คิดเป็นชิ้น ชิ้นละ 11 บาท จากนั้นจึงได้ให้สายลับทำการล่อซื้อหน้ากากอนามัย จำนวน 100 กล่อง คนร้ายจึงได้ทำการนัดรับเงินและส่งมอบหน้ากากอนามัย ที่บริเวณลานจอดรถอพาร์ทเม้นท์ อพาร์ทเม้นท์ ซ.จรัญสนิทวงศ์ 40 แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กทม.
เมื่อถึงเวลาที่กำหนดนัดหมายรับหน้ากากอนามัยและจ่ายเงิน ได้มีนายณรงค์เดช ขับรถเข้ามาจอดบริเวณที่ลาดจอดรถที่นัดหมาย และโทรมายังสายลับเพื่อให้มารับสินค้าและจ่ายเงินค่าหน้ากากอนามัย จากนั้น นายณรงค์เดช ได้ส่งมอบหน้ากากอนามัย จำนวน 100 กล่อง ที่อยู่ในรถ สายลับจึงได้มอบเงินจำนวน 55,000 บาท จากนั้นได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวเข้าจับกุมนายณรงค์เดช และเข้าทำการตรวจค้นภายในรถ ปรากฏว่าพบหน้ากากอนามัยอีก 19 กล่อง รวมมีหน้ากากอนามัยทั้งสิ้น 119 กล่อง(หน้ากากอนามัยจำนวน 5,950 ชิ้น) และได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่กรมการค้าภายในเข้าตรวจสอบหน้ากากอนามัยของกลาง ปรากฏว่าหน้ากากอนามัยของกลางที่ทำการตรวจยึด เป็นสินค้าที่นำเข้ามาจากประเทศจีนและจำหน่ายในราคาที่สูงเกินสมควรจริง เนื่องจากหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ ซึ่งหากเทียบเคียงประเภทเดียวกัน จะจำหน่ายในราคา 132 บาท ต่อกล่อง รวมถึงหน้ากากอนามัยของกลางดังกล่าวก็ไม่ได้มีการยื่นแบบแจ้งราคาจำหน่ายต่อเลขาธิการคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ อีกด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อหาจำหน่ายหน้ากากอนามัยในราคาสูงกว่าราคาที่กำหนดเป็นการฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการฯ และได้นำส่งพนักงานสอบสวน สน.บางยี่ขัน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากการสืบสวนขยายผลทราบว่านายหวง สัญชาติจีน เป็นผู้จัดหาหน้ากากอนามัยให้นายณรงค์เดช เพื่อให้นายณรงค์เดชนำไปจำหน่ายในราคาสูงเกินสมควร โดยมี บัญชีผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อ “Chaiphichayut” เป็นผู้ประกาศขายหน้ากากอนามัยและหาลูกค้าให้กับนายณรงค์เดช โดยนายณรงค์เดชจะเป็นผู้นำหน้ากากอนามัยไปส่งเองทุกครั้ง ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ากลุ่มคนร้ายมีพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายหน้ากากอนามัยในราคาสูงเกินสมควรมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะได้ทำการสืบสวนขยายผลหาผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดต่อไป
พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. กล่าวว่าหน้ากากอนามัยจำนวนดังกล่าว เป็นสินค้านำเข้ามาจากประเทศจีน โดยไม่ได้ขออนุญาตนำเข้าตามกฎหมาย และมีการขายเกินราคา และเชื่อว่ายังมีขบวนการทั้งคนไทยและคนต่างด้าวที่มีพฤติการณ์ในลักษณะดังกล่าวอีกเป็นจำนวนมากซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการขยายผลจับกุมมาดำเนินคดีเนื่องจากเป็นความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงที่มีการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 สำหรับโทษที่ผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ในข้อหาขายเกินราคาควบคุม จะได้รับโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท ข้อหาไม่ปิดป้ายแสดงราคาขายมีอัตราโทษปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท ในข้อหาขายแพงเกินสมควรมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท และหากเป็นผู้นำเข้าหรือตัวแทนจำหน่ายก็ต้องแจ้งปริมาณการถือครองสินค้าต่อกรมการค้าภายใน หากฝ่าฝืนจะมีความผิดซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท ด้วย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง
CR.สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสวนพลู

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

You may have missed