“…สนองนโยบาย นายกรัฐมนตรี และ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/ บิ๊กอู๊ด พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. ห่วงใยประชาชนช่วงโควิดระบาด ยังคงคุมเข้มทุกพื้นที่ต่อเนื่อง สกัดกั้นต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายอย่างเต็มความสามารถ ป้องกันนำเชื้อเข้าประเทศ ย้ำหากมีการฝ่าฝืนและลักลอบกระทำความผิด จะดำเนินการคดีและกฎหมายอย่างเต็มที่…”

“…สนองนโยบาย นายกรัฐมนตรี และ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/ บิ๊กอู๊ด พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. ห่วงใยประชาชนช่วงโควิดระบาด ยังคงคุมเข้มทุกพื้นที่ต่อเนื่อง สกัดกั้นต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายอย่างเต็มความสามารถ ป้องกันนำเชื้อเข้าประเทศ ย้ำหากมีการฝ่าฝืนและลักลอบกระทำความผิด จะดำเนินการคดีและกฎหมายอย่างเต็มที่…”

“…สนองนโยบาย นายกรัฐมนตรี และ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/ บิ๊กอู๊ด พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. ห่วงใยประชาชนช่วงโควิดระบาด ยังคงคุมเข้มทุกพื้นที่ต่อเนื่อง สกัดกั้นต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายอย่างเต็มความสามารถ ป้องกันนำเชื้อเข้าประเทศ ย้ำหากมีการฝ่าฝืนและลักลอบกระทำความผิด จะดำเนินการคดีและกฎหมายอย่างเต็มที่…”
6 มิถุนายน 2564 เวลา 14.19 น. ที่กองงานโฆษก สตม. พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม. ในฐานะโฆษก สตม. เปิดเผยว่า พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม ได้มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน เนื่องจากปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด -19 มียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น ซึ่งทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้มีการดำเนินการปฏิบัติในการป้องกันปราบปรามคนต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายอย่างเข้มงวดกวดขัน มีการจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อสกัดกั้นไม่ให้นำเชื้อไวรัสโควิดเข้ามาแพร่ระบาดภายในประเทศได้ รวมถึงได้เพิ่มมาตรการเข้มในการเฝ้าระวัง การแก้ไขปัญหาการในทุกพื้นโดยเฉพาะพื้นที่ตามแนวชายแดน อย่างจริงจังและต่อเนื่องมาโดยตลอด
พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. กล่าวว่า ช่วงนี้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก จึงขอให้เรียนให้ประชาชนทราบว่า ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ยังคงปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันสกัดกั้นคนต่างด้าว มิให้ลักลอบเข้ามาโดยผิดกฎหมายอย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยปฏิบัติตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ที่ได้ดำเนินการออกมาตรการคุมเข้มการป้องกันโควิด-19 มาตลอด และกำชับให้ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ เฝ้าระวังพื้นที่ตามแนวชายแดนเพื่อสกัดกั้นคนต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายไม่ให้นำเชื้อเข้ามาแพร่ระบาดภายในประเทศได้ และทาง สตม. ได้นำนโยบายดังกล่าวมาปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง โดยได้กำชับสั่งการให้หน่วยงานในสังกัด ดำเนินการปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดในการสอดส่องดูแล ตรวจตราเฝ้าระวัง จับกุมดำเนินคดีอย่างจริงจังมาโดยตลอด เพื่อมิให้มีการลักลอบกระทำความผิด หรือเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย รวมถึงยังได้กำชับไปยัง ตม.ทุกจังหวัด ให้ปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด และเพิ่มความเข้มในทุกมาตรการในทุกจุดทุกพื้นที่ เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยให้กับประชาชน และเพื่อความมั่นคงของประเทศ
ด้าน พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล รอง ผบก.ตม. 1/รองโฆษก สตม. /พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบก.ตม.2 /รองโฆษก สตม. พ.ต.อ.หญิง เอกอาภา ตันศิริ รอง ผบก.อก.สตม./รองโฆษก สตม. ร่วมกันกล่าวทิ้งท้ายว่าขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนช่วยกันสอดส่องดูแลบุคคลแปลกหน้าที่คาดว่าจะลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย หรือพบเห็นในการกระทำผิดในลักษณะนี้เข้ามาอาศัยในพื้นที่ของตนให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้าทำการตรวจสอบ และขออาศัยความร่วมมือจากประชาชนร่วมมือร่วมใจเป็นตาให้อีกช่องทางหนึ่งในพื้นที่ เพื่อยับยั้งสกัดกั้นเชื้อโควิด-19 ไม่ให้เข้ามาแพร่ระบาดในประเทศ โดยสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน สตม. หมายเลข 1178 หรือแจ้งได้ที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัด ในทุกจังหวัดทั่วประเทศได้ทันที หรือเข้าดูเวปไซต์ www.immigration.go.th. ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อติดต่อได้ทันที

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

You may have missed