รมว.ยุติธรรม เปิดตัวรายงานยาเสพติดโลก 2021 ยันไทยเอาจริงสกัดเส้นทางลำเลียงร่วมกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง เผย 5 ก.ค. เตรียมถก 4 ประเทศปลายทางยกระดับปฏิบัติการ UNODC ชมไทยเอาจริงเอาจัง หวังช่วยสนับสนุนงานปราบปราม

รมว.ยุติธรรม เปิดตัวรายงานยาเสพติดโลก 2021 ยันไทยเอาจริงสกัดเส้นทางลำเลียงร่วมกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง เผย 5 ก.ค. เตรียมถก 4 ประเทศปลายทางยกระดับปฏิบัติการ UNODC ชมไทยเอาจริงเอาจัง หวังช่วยสนับสนุนงานปราบปราม

รมว.ยุติธรรม เปิดตัวรายงานยาเสพติดโลก 2021 ยันไทยเอาจริงสกัดเส้นทางลำเลียงร่วมกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง เผย 5 ก.ค. เตรียมถก 4 ประเทศปลายทางยกระดับปฏิบัติการ UNODC ชมไทยเอาจริงเอาจัง หวังช่วยสนับสนุนงานปราบปราม
เมื่อเวลา 14.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) มีการจัดพิธีเปิดตัวรายงานยาเสพติดโลกประจำปี 2021 (The Launch of UNODC World Drug Report 2021) โดยมี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน พร้อมด้วย น.ส.ณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ ผู้ช่วย รมว. นายธนวัชร นิติกาญจนา ที่ปรึกษา รมว. นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. นายเจเรมี ดักลาส ผู้แทน UNODC ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก นายสตีฟ วู๊ด ประธานกลุ่มเจ้าหน้าที่ประสานงานยาเสพติดและอาชญากรรมต่างประเทศประจำประเทศไทย ผู้แทนกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมงาน
นายสมศักดิ์ กล่าวเปิดงานว่า ข้อมูลเกี่ยวกับปัญหายาเสพติดในทุกมิติจากประเทศต่าง ๆทั่วทุกมุมโลกเป็นฐานข้อมูลสำคัญร่วมกัน สำหรับทุกประเทศในการนำไปใช้ประโยชน์ ซึ่งข้อมูลที่ถูกต้องมีความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ส่งผลกระทบรุนแรงไปทุกประเทศทั่วโลก ในปัจจุบันยังมีการเกิดขึ้นของภัยคุกคามที่เป็นผลจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั้งการค้ายาเสพติดออนไลน์และการลักลอบค้ายาเสพติดทางทะเล ตลอดจนการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของการลักลอบปลูกพืชเสพติดและการผลิตยาเสพติดชนิดสังเคราะห์ในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ทำให้ตัวเลขการจับกุมผู้ต้องหาและปริมาณยาเสพติดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยไม่ได้นิ่งนอนใจในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ตนได้สั่งการให้ ป.ป.ส. เร่งบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาคี กวาดล้างขบวนการส่งยาเสพติดที่ใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านส่งออกไปยังต่างประเทศ ภายใต้ชุดปฏิบัติการภารกิจสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด ณ ท่าอากาศยานสากล (AITF)และโครงการความร่วมมือสกัดกั้นยาเสพติด ณ ท่าเรือสากล(SITF) รวมถึงการเฝ้าระวังและสกัดกั้นยาเสพติดการแลกเปลี่ยนและวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสารร่วมกับภาคีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประเทศลุ่มแม่น้ำโขง เพื่อยกระดับปฏิบัติการภายใต้แผนปฏิบัติการสามเหลี่ยมทองคำ 1511
นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ในวันที่ 5 ก.ค.นี้ ตนจะได้พบกับผู้แทน 4 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น รวมถึง UNODC เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางในการสนับสนุนการยกระดับปฏิบัติการต่าง ๆ ของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ เพื่อขับเคลื่อนสังคมไทยให้ปลอดภัยจากยาเสพติด ตนได้เร่งรัดผลักดันร่างประมวลกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่ ให้สามารถบังคับใช้ได้เร็วที่สุด เนื่องจากถือเป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายยาเสพติดครั้งสำคัญของประเทศไทย ที่ได้รวบรวมกฎหมายยาเสพติดทั้งหมดเข้าด้วยกันและจัดความสัมพันธ์ต่างๆ ให้สอดรับซึ่งกันและกันโดยจะเป็นกรอบแนวคิดใหม่ในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบต่อไป
ด้านนายเจเรมี กล่าวว่า ตนในฐานะตัวแทน UNODC ยินดีที่ได้มาร่วมนำเสนอรายงานยาเสพติดโลกฉบับนี้ หวังว่ารายงานฉบับนี้จะทำให้ผู้ปฏิบัติงานได้เห็นถึงภาพรวมสถานการณ์ยาเสพติด แนวโน้มความเป็นไปได้ของสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า รายงานดังกล่าวจะสามารถสร้างการตระหนักรู้แก่ทุกท่านในการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดได้ต่อไป
นายสตีฟ กล่าวว่า การดำเนินงานด้านยาเสพติดต้องมีความร่วมมือกันจัดการปัญหากวาดล้างเครือข่าย ทุกคนมีบทบาทในเรื่องนี้ทั้งภาคสังคมและรัฐบาล ตนขอชื่นชมรัฐบาลไทยในการเอาจริงเอาจังและยินดีที่ได้เห็นการดำเนินการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทย และนายสมศักดิ์ ที่จัดทำยุทธศาสตร์การปราบปรามยาเสพติด ซึ่งการดำเนินการจะต้องมีข่าวกรองและรายงานยาเสพติดในวงกว้าง ซึ่งจะช่วยให้เราได้ข้อสรุปในการจัดการปัญหา
///////

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

You may have missed