ตม.จว.กาญจนบุรี เข้มข้นไม่หยุด 2 วัน รวม 3 ขบวนการลักลอบขนคนเข้าเมือง

ตม.จว.กาญจนบุรี เข้มข้นไม่หยุด 2 วัน รวม 3 ขบวนการลักลอบขนคนเข้าเมือง

ตม.จว.กาญจนบุรี เข้มข้นไม่หยุด ๒ วัน รวบ ๓ ขบวนการลักลอบขนคนเข้าเมือง
ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม.ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีหมายจับตำรวจสากล หรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน หรือเป็นลักษณะการกระทำผิดเข้าข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบก.ตม.๓, พ.ต.อ.ทรงโปรด สิริสุขะ รอง ผบก.ตม.๓, พ.ต.อ.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ รอง ผบก.ตม.๓, พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด รอง ผบก.ตม.๓, พ.ต.อ.หฤษฎ์ เอกอุรุ รอง ผบก.ตม.๓ และ ว่าที่ พ.ต.อ.จิรพงศ์ รุจิรดำรงค์ชัย ผกก.สส.บก.ตม.๓ และ พ.ต.อ.จักษ์ ยังให้ผล ผกก.ตม.จว.กาญจนบุรี ร่วมแถลงข่าวการจับกุม ดังนี้
ในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ตม.จว.กาญจนบุรี เข้มงวดกวดขันกับขบวนการลักลอบเข้า-ออกตามแนวชายแดนธรรมชาติ
อยู่เป็นประจำจนเกิดผลการปฏิบัติใน ๒ วัน สามารถจับกุมขบวนการลักลอบขนคนเข้าเมืองได้ ๓ ขบวนการ ได้ทั้งผู้ต้องหาและรถยนต์ของกลางที่ใช้ในการก่อเหตุ มีรายละเอียดดังนี้
ขบวนการที่ ๑-๒ เหตุเกิดพื้นที่ อ.สังขละบุรี โดยก่อนเกิดเหตุชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนทราบว่าจะมีกลุ่มบุคคลลักลอบขนย้ายแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเดินทางออกจากหมู่บ้านบ่อญี่ปุ่น ประเทศเมียนมา ใกล้กับชายแดนไทย อ.สังขละบุรี
จว.กาญจนบุรี จำนวนหลายคนโดยแบ่งกลุ่มเดินทางออกมากจำนวน ๒ กลุ่มในเวลาติด ๆ กันเดินข้างพรมแดนธรรมชาติ แล้วมาพักคอยที่พื้นที่เกษตรที่สูง หมู่บ้านซองกาเรีย ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จว.กาญจนบุรี จึงได้วางแผนจับกุมโดยมีการบูรณาการกำลังปฏิบัติ แบ่งชุดเข้าไปซุ่มเฝ้าดูบริเวณดังกล่าวและแยกตั้งจุดสกัดกั้นตามเส้นทางที่คนร้ายอาจใช้ในการหลบเลี่ยง โดยได้พบว่าชุดแรกพบรถกระบะ ยี่ห้อฟอร์ด รุ่นเรนเจอร์ สีขาว เข้ามารับคนจำนวนส่วนใหญ่เหลือไว้ ๒ คนแล้วจึงขับออกไป จึงได้แจ้งชุดปฏิบัติให้สกัดกั้นและสามารถจับได้ที่บริเวณ จุดตรวจอาเซียน ร้อย ตชด.๑๓๔ ม.๘ ต.หนองลู อ.สังขละบุรี
จว.กาญจนบุรี มีนายบุญชู อายุ ๓๐ปี สัญชาติไทย เป็นผู้ขับรถ ชุดที่สองพบรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีดำ เข้ามารับคน
๒ คนที่เหลือ จึงได้แจ้งให้มีการสกัดกั้นและสามารถจับได้ที่บริเวณจุดสกัดสะพานรันตี ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จว.กาญจนบุรี
มีนายชนน อายุ ๒๐ ปี สัญชาติไทย ขับรถ การตรวจสอบพบว่าแรงงานทั้งหมดเป็นแรงงานที่ไม่เอกสารหนังสือเดินทาง
และเดินทางผ่านช่องทางธรรมชาติ
การแจ้งข้อกล่าวหา:
นายบุญชูและนายชนน “ช่วยเหลือ ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ ให้บุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง
โดยผิดกฎหมายพ้นจากการจับกุม ”
คนต่างด้าว ๒๙ คน “เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต
การตรวจยึดของกลาง:
๑. รถยนต์กระบะ ยี่ห้อฟอร์ด รุ่นเรนเจอร์ สีขาว
๒. รถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีดำ
๓. โทรศัพท์มือถือ จำนวน ๔ เครื่อง
ขบวนการที่ ๓ เหตุเกิดพื้นที่ อ.เมืองกาญจนบุรี โดยก่อนเกิดเหตุชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนทราบว่า จะมีการลักลอบขนย้ายแรงงานผ่านพื้นที่ ต.บ้านเก่า อ.เมือง จว.กาญจนบุรี เป้าหมายเป็นรถเก๋งแบบแวน ยี่ห้อเชฟโลเร็ต รุ่นซาฟิร่า สีดำ
เมื่อทราบแล้วได้วางแผนจับกุมโดยการดักซุ่มสังเกตเมื่อพบเป้าหมายจึงใช้รถยนต์ไฟฟ้าตรวจการอัจฉริยะเข้าตรวจสอบซึ่งได้ติดตามไล่ติดตามจนสามารถสกัดจับได้ที่จุดตรวจช่องเขาหนีบ ผลการตรวจสอบพบว่ามีนาย THANT อายุ ๔๓ ปี สัญชาติ
เมียนมา เป็นผู้ขับรถ ภายในมีผู้นั่งโดยสารมาด้วย ๙ คน ล้วนสัญชาติเมียนมาและไม่มีหนังสือเดินทาง
การแจ้งข้อกล่าวหา: นาย THANT “ช่วยเหลือ ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ ให้บุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายพ้นจากการจับกุม ”
คนต่างด้าว ๙ คน “เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต
การตรวจยึดของกลาง:
๑. รถยนต์เก๋งแบบแวน ยี่ห้อเชฟโรเล็ต รุ่นแรนซาฟิร่า สีดำ
๓. โทรศัพท์มือถือ จำนวน ๒ เครื่อง
การซักถามเพื่อขยายผล:
ขบวนการที่ ๑-๒ มีความเกี่ยวโยงกันเป็นกลุ่มคนที่เดินทางจากหลายที่ในประเทศเมียนมาและมาพักยังจุดพักคอย
ที่หมู่บ้านบ่อญี่ปุ่น โดยนายบุญชูให้ข้อมูลว่ารับการติดต่อจากนายหน้าชาวเมียนมาซึ่งอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านบ่อญี่ปุ่น ให้มารับคน
ไปส่งยังจุดนัดพบซึ่งจะมีการแจ้งอีกครั้งโดยรับค่าจ้างทำงานในครั้งนี้จำนวน ๑๐,๐๐๐ บาท แต่ถูกจับกุมก่อนจะถึงจุดนัดหมาย ส่วนนายชนน ผู้ต้องหาอีกคนให้ข้อมูลว่า ได้รับการติดต่อจากญาติซึ่งเป็นคนเมียนมา ให้ไปรับคนต่างด้าวไปส่งที่สมุทรสาคร
จะโดยจะได้รับค่าจ้างจำนวน ๑๐,๐๐๐ บาท ส่วนแรงงานชาวพม่าทั้งหมดให้ข้อมูลเป็นไปในทางเดียวกันว่า ติดต่อกับทางญาติใประเทศไทยก่อน หลังจากนั้นจะเดินทางจากเมืองต่างๆในประเทศเมียนมา มายังหมู่บ้านบ่อญี่ปุ่น จากนั้นจะมีนายหน้าดำเนินการติดต่อหารถไปส่งยังจุดหมายจังหวัดสมุทรสาคร นครปฐม กรุงเทพฯ โดยค่าใช้จ่ายอยู่ที่หัวละ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ บาท
ขบวนการที่ ๓ นาย THANT ให้ข้อมูลว่ารับการติดต่อจากบุคคลหนึ่ง ให้ขับรถรับช่วงคนเมียนมาไม่มีหนังสือเดินทาง จำนวน ๙ คน ไปส่งที่บริเวณใกล้ด้านพุร้อน โดยให้ค่าจ้างหัวละ ๑,๐๐๐ บาท ตนตัดสินใจรับงานนี้โดยไปรอรับที่จุดนัดพบ ถนนเลี่ยงเมืองกาญจนบุรี ซึ่งมีรถเข้ามาส่งคนให้กับนาย THANT จำนวน ๒ ชุด จนกระทั้งรุ่งเช้าจึงได้ออกเดินทางและถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัว สอบถามคนต่างด้าวที่โดยสารมาด้วยให้ข้อมูลว่าลักลอบทำงานอยู่ อ.เมืองสมุทรสาคร แต่ช่วงนี้ได้รับผลกระทบโรงงานที่ตนเองลักลอบทำงานอยู่ปิดตัวเพราะติดโควิด ช่วงนี้ไม่มีงานทำจึงเดินทางกลับบ้านก่อน
จะเห็นได้ว่าสถานการณ์ขบวนการลักลอบขนย้ายแรงงานในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีนั้นมีการปราบปรามที่เข้มข้น
จนทำให้ค่าใช้จ่ายในการลักลอบเข้ามานั้นสูงขึ้นเรื่อยมาจนถึง ๒๕,๐๐๐ – ๓๐,๐๐๐ บาท ซึ่งทาง ตม.กาญจนบุรีจะมีการขยายผลเอาเครือข่ายที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีต่อไป
สตม.ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆรวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตราย ต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน อันทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือ www.immigration.go.th

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

You may have missed