สตม. รวบแก๊งหลอกขายสินค้าออนไลน์ ผ่านเว็บสีส้มชื่อดัง ผู้เสียหายเพียบ

สตม. รวบแก๊งหลอกขายสินค้าออนไลน์ ผ่านเว็บสีส้มชื่อดัง ผู้เสียหายเพียบ

สตม.รวบแก๊งหลอกขายสินค้าออนไลน์ผ่านเว็บสีส้มชื่อดัง ผู้เสียหายเพียบ

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม.ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีหมายจับตำรวจสากล หรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน หรือเป็นลักษณะการกระทำผิดเข้าข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สิทธิชัย โล่กันภัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.ศิลปคมณ์ เอี่ยมวงศ์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.อาภากร โกมลสุทธิ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบก.ตม.2, พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล รอง ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.ปฏิญญา จีรชนาสิน ผกก.2 บก.สส.สตม. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.สส.สตม. ร่วมแถลงข่าวจับกุมคนร้าย คือ
นายสมศักดิ์ฯ อายุ 47 ปี สัญชาติไทย และ นางสาว อุสามาสฯ อายุ 45 ปี ในข้อหา ร่วมกันมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบตามมาตรา 269/5 ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน
สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.สส.สตม. ได้รับแจ้งจากประชาชนทั้งชาวต่างชาติและคนไทยกรณีถูกกลุ่มคนร้ายร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ด้วยวิธีการเปิดร้านค้าออนไลน์ในแอปพลิเคชัน Shopee จำหน่ายสินค้าประเภทอิเล็กทรอนิกส์ อาทิ โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก และนาฬิกาอิเล็กทรอนิกส์ แสร้งว่ามีสินค้าจำหน่ายจริง และเมื่อมีลูกค้าสนใจซื้อสินค้าก็ให้ติดต่อทางแอปพลิเคชันไลน์ เพื่อต่อรองราคาสินค้า จนลูกค้าพอใจในราคาสินค้าที่จะซื้อ ก็จะส่งหมายเลขบัญชีธนาคารที่รับโอนเงินให้ลูกค้าโอนเงินชำระค่าสินค้า เข้าบัญชีธนาคารของคนร้ายที่เปิดรองรับไว้ แล้วถอนเงินสดจากตู้เอทีเอ็ม โดยไม่ต้องชำระเงินค่าสินค้าผ่านทาง วอลเล็ทของแอปพลิเคชัน Shopee แต่เมื่อผู้เสียหายชำระเงินไปแล้วกลับไม่ได้สินค้าตามที่ต้องการ และเมื่อผู้เสียหายขอเงินคืนกลับถูกปฏิเสธและตัดช่องทางการติดต่อ จึงเชื่อว่าตนถูกหลอก จึงได้แจ้งความร้องทุกข์ให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.2 บก.สส.สตม.
จากการสืบสวน ทราบว่าคนร้ายจะใช้บัญชีธนาคารของผู้อื่น (บัญชีม้า) ในการรับเงินโอนจากประชาชนที่หลงเชื่อ และคนร้ายจะโอนเงินต่อไปอีกบัญชีหนึ่งที่เปิดไว้ใช้กระทาความผิด จากนั้นตระเวนกดเงินสดออกจากบัญชี เจ้าหน้าที่ กก.2 บก.สส.สตม. สืบสวนจนกระทั่งพิสูจน์ตัวตนของผู้ที่มารับเงินสด และสืบทราบที่อยู่ปัจจุบัน จึงรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อยื่นคำร้องขอหมายค้นต่อศาลอาญาตลิ่งชัน
ต่อมาเจ้าหน้าที่ กก.2 บก.สส.สตม. ได้เข้าค้นละแวกจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กทม. ตามหมายค้นศาลอาญาตลิ่งชัน พบนายสมศักดิ์ฯ และนางสาวอุสามาสฯ แสดงตนเป็นผู้พักอาศัยในบ้าน โดยพบโทรศัพท์มือถือหลายเครื่อง พร้อมสมุดบัญชีธนาคาร บัตรกดเงินสดของผู้อื่น รวมทั้งสั้น 50 รายการ จากการตรวจสอบนายสมศักดิ์ฯ และ นางสาวอุสามาสฯ พบว่ามีสลิปการโอนเงินโดยชื่อบัญชีเป็นของผู้อื่นอยู่จำนวนมาก ซึ่งชื่อบัญชีธนาคารเหล่านี้พบว่าเป็นบัญชีเดียวกับที่ผู้เสียหายโอนเพื่อชำระเงินค่าสินค้า จากการสอบถามนายสมศักดิ์ฯและนางสาวอุสามาศฯ เบื้องต้นให้การว่า บัญชีธนาคารและบัตรกดเงินสดเหล่านี้ ได้รับมาจากบุคคลทั่วไป เพื่อนำไปขายต่อให้กับอีกบุคคลที่ต้องการ บัญชีละ 2,500 บาท เจ้าหน้าที่ กก.2 บก.สส.สตม. เชื่อว่าพฤติการณ์ของแก๊งนี้มีการร่วมกระทำความผิดหลายคน ซึ่งจะได้ทำการสืบสวนขยายผลต่อไป
สตม. จึงขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดต่างๆ รวมทั้งการดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนหรือ ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเบาะแสในการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

You may have missed