“ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ลุยจับแรงงานต่างด้าวเมียนมา พร้อมผู้นำพาลักลอบเข้าเมืองข้ามชายแดน ภัยต่อความความมั่นคง และการแพร่ระบาดโควิด-19”

“ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ลุยจับแรงงานต่างด้าวเมียนมา พร้อมผู้นำพาลักลอบเข้าเมืองข้ามชายแดน ภัยต่อความความมั่นคง และการแพร่ระบาดโควิด-19”

“ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ลุยจับแรงงานต่างด้าวเมียนมา พร้อมผู้นำพาลักลอบเข้าเมืองข้ามชายแดน ภัยต่อความความมั่นคง และการแพร่ระบาดโควิด-19”
วันที่ 5 ต.ค.64 เวลา 10.30 น. พ.ต.อ.สุทธิพงษ์ พุทธิพงษ์ ผกก.ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์ แถลงผลการจับกุมกลุ่มแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย โดย ผกก.ตม.จว. ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย พ.ต.ท.หญิงสุภาพ ศรีสุข รอง ผกก.ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์ และชุดสืบสวน ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์ บูรณาการร่วมกับ ร้อย ตชด.146, ฉก.จงอางศึก,หน่วยงานความมั่นคง, สภ.อ่าวน้อยและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขประจวบคีรีขันธ์ โดยเมื่อวันที่ผ่านมา ได้สนธิกำลังร่วมกันจับกุมแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองผ่านช่องทางธรรมชาติข้ามแดนมายังฝั่งไทย พร้อมผู้นำพา ได้ผู้ต้องหาหลายราย ดังนี้
คดีแรกจับกุมกลุ่มแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา ที่แอบลักลอบเดินเท้าผ่านช่องทางธรรมชาติข้ามแดนมายังฝั่งไทย บริเวณ ช่องเขาหลัก บ้านเนินแก้ว ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จว.ประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 34 คน บริเวณชายป่าไร่สับปะรด บ้านเนินแก้ว ม.5 จากการตรวจสอบพบแรงงานต่างด้าว 34 คน เป็นหญิง 25 คน ชาย 9 คน อายุระหว่าง 17-35 ปี โดยมีจำนวน 27คนมีความต้องการจะเดินทางไปสมุทรสาคร(บ.ไทยยูเนียน)และอีก 7 คนจะเดินทางไปที่ โรงงานสับปะรด อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบฯ ทั้งหมดให้การว่าญาติซึ่งทำงานอยู่ในประเทศไทยเป็นคนดำเนินการให้โดยได้จ่ายเงินให้นายหน้าฝั่งประเทศเมียนมาคนละ 18000 บาทและญาติฝั่งประเทศไทยเป็นคนจ่ายให้ จึงควบคุมตัวส่ง ศูนย์ OQ เพื่อทำการคัดกรองหาเชื้อ โควิด19 และทำการการกักตัวตามมาตรการของสาธารณสุขอีก14วัน หลังจากนั้นจะนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.อ่าวน้อยเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
คดีที่สอง จับกุมกลุ่มขบวนการขนแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา ที่แอบลักลอบเดินเท้าผ่านช่องทางธรรมชาติข้ามแดนมายังฝั่งไทย บริเวณ ช่องถ้ำหมี หมู่ 6 ต.ห้วยทราย อ.เมือง โดยจับกุมผู้ต้องหา พร้อมคนนำพา และพาหนะรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า 4 ประตู สีบรอนซ์-เงิน ทะเบียน กฉ 9584 ประจวบคีรีขันธ์ บริเวณบนถนนหมู่บ้าน วังมะเดื่อ เขาไม้รวก หมู่ที่ 3 ต.คลองวาฬ จากการตรวจสอบพบแรงงานต่างด้าว 11 คน เป็นหญิง 8 คน ชาย 3 คน อายุระหว่าง 19-25 ปี พร้อมคนนำพาเป็นชายชาวไทย ทราบชื่อนายพีระพงษ์ พูลสวัสดิ์ อายุ 38 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 5 ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ คนขับสารภาพว่า ได้รับว่าจ้างให้รับแรงงานต่างด้าว ที่บริเวณช่องทางธรรมชาติช่องถ้ำหมี ได้ค่าตอบแทนหัวละ 500 บาท จากนั้นจึงนำไปส่งบริเวณจุดนัดหมายริมถนนเพชรเกษม หน้าโรงเรียนห้วยยางวิทยา ต.ห้วยยาง อ้างว่าจะส่งให้นายหน้า นำไปทำงานที่โรงงานปลากระป๋อง จ.สมุทรสาคร ก่อนนำผู้ต้องหาพร้อมรถกระบะส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะได้ทำการสืบสวนขยายผลบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อไป
พ.ต.อ.สุทธิพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การจับกุมดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายและมาตรการในการป้องกันปราบปรามของ พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.มานัด ศรีวงษา ผบก.ตม.3 ที่ได้สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัด ดำเนินการสืบสวน ปราบปราม และเข้มงวดกวดขัน และบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจับกุมคนต่างด้าวที่เข้ามากระทำผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายถือเป็นจุดเริ่มต้นของความเสี่ยง ที่อาจนำเชื้อโควิดเข้ามาแพร่ระบาดในประเทศไทยได้ ซึ่งการตรวจจับกุมอย่างเข้มข้นของเจ้าหน้าที่ เป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดได้ รวมถึงป้องกันปัญหาด้านความมั่นคงและปัญหาอาชญากรรมต่าง ๆ พร้อมทั้งได้กำชับให้ดำเนินการสืบสวน จับกุมอย่างต่อเนื่องเพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป และขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันคอยสอดส่องดูแลในพื้นที่ เพราะการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายจะเป็นภัยร้ายต่อความมั่นคงและภัยร้ายแรงของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 หากพบเห็นมีการลักลอบเข้าเมือง หรือต้องการแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดในพื้นที่ จว.ประจวบคีรีขันธ์ให้แจ้งได้ที่ สายด่วน สตม. 1178 หรือที่ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้ทุกจุดทันที

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

You may have missed