#Cop Hero Thailand Magazine งานแถลงข่าว ป.ป.ส.ปฏิบัติการยุทธการพิทักษ์ไทย ยึดทรัพย์ตัดวงจรยาเสพติด ครั้งที่ 1/2563

งานแถลงข่าว ป.ป.ส.ปฏิบัติการยุทธการพิทักษ์ไทย ยึดทรัพย์ตัดวงจรยาเสพติด ครั้งที่ 1/2563

ปฏิบัติการยุทธการพิทักษ์ไทย ยึดทรัพย์ตัดวงจรยาเสพติด “ครั้งที่ 1/2563”
วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2563 เวลา 06.00 น.
วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2563 เวลา 09.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานติดตามผลการดำเนินงานด้านการปราบปราม ยึดทรัพย์ ตัดวงจรยาเสพติด โดยมีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แถลงผลปฏิบัติการยึดทรัพย์สินเครือข่ายการค้ายาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 39 เครือข่าย จำนวนทรัพย์สินมูลค่าประมาณ 106.8 ล้านบาท พร้อมด้วย นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายอุทัย สินมา รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดียาเสพติด รักษาการในตำแหน่ง อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีแรงงานภาค 3 พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมสรรพากร และนายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส. ร่วมแถลงผล ณ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.)
การปฏิบัติการยึดทรัพย์สินเครือข่ายการค้ายาเสพติดในครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี
ที่ได้ให้ความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหายาเสพติด และได้กำชับให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการปฏิบัติเพื่อแก้ไขปัญหาให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว ซึ่งในด้านการปราบปรามได้เน้นย้ำให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย มุ่งดำเนินการต่อเครือข่ายการค้ายาเสพติดรายสำคัญ โดยใช้แนวทางการสืบสวนขยายผลไปดำเนินการกับผู้สั่งการในระดับที่สูงขึ้นไป และใช้มาตรการยึดทรัพย์สินที่ได้จากการค้ายาเสพติดให้ต่อเนื่องจริงจัง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน จึงได้สั่งการให้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการยึดทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติด ตามคำสั่งศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ ที่ 5/2563 ลงวันที่
21 กุมภาพันธ์ 2563 โดยเป็นการบูรณาการร่วมของ 8 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กองทัพบก หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ กรมสรรพากร โดยมี เลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นประธาน/ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฯ มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดนโยบาย และอำนวยการปราบปรามและยึดทรัพย์สินเครือข่ายการค้ายาเสพติด โดยใช้กฎหมายว่าด้วย
ยาเสพติด หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายฟอกเงิน หรือประมวลรัษฎากร มาใช้เพื่อทำลายโครงสร้างการค้ายาเสพติด
ผลการปฏิบัติในวันนี้ (8 พ.ค.2563) สืบเนื่องมาจากการบูรณาการข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามคำสั่งจัดตั้งศูนย์ฯ ดังกล่าวข้างต้น ซึ่งได้ขยายผลจากคดีจับกุมยาเสพติดในพื้นที่ต่าง ๆ นำไปสู่การดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องในข้อหาสมคบ สนับสนุน ช่วยเหลือ ตาม พ.ร.บ. มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ
ยาเสพติด พ.ศ. 2534 และศาลได้อนุมัติหมายจับรวม 49 คน กระจายอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วภูมิภาคของประเทศ
และได้สนธิกำลังเข้าทำการจับกุม และยึดทรัพย์สินพร้อมกันทั่วประเทศมากกว่า 60 จุด ภายใต้ยุทธการ “พิทักษ์ไทย
ยึดทรัพย์ตัดวงจรยาเสพติด ครั้งที่ 1/63” ในเบื้องต้นประมาณการทรัพย์สินที่ตรวจยึดมีมูลค่ากว่า 106.8 ล้านบาท
นับตั้งแต่มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการยึดทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติดเมื่อเดือน กุมภาพันธ์ 2563 สำนักงาน ป.ป.ส. ได้มีคำสั่งยึด/อายัดทรัพย์สินของเครือข่ายการค้ายาเสพติดรวมทั้งสิ้น 2,932 รายการ รวมมูลค่าประมาณ 372.2 ล้านบาท เป็นเงินสดประมาณ 29.4 ล้านบาท และทรัพย์สินอื่น ๆ ประมาณ 342.9 ล้านบาท
การบูรณาการยึดอายัดทรัพย์สินเครือข่ายนักค้ายาเสพติด ภายใต้ศูนย์ปฏิบัติการยึดทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติด ถือเป็นการปิดช่องว่าง ตัดวงจรการค้าของเครือข่ายนักค้ายาเสพติดได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้ ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดได้ โดยหากพบเห็นการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด สามารถแจ้งเบาะแสยาเสพติดได้ที่ สายด่วน ป.ป.ส. โทร.1386 ตลอด 24 ชั่วโมง
แจ้งเบาะแสยาเสพติด สายด่วน ป.ป.ส. โทร. 1386
#บก.ข่าว Cop Hero Thailand Magazine รายงาน
ปฏิบัติการยุทธการพิทักษ์ไทย ยึดทรัพย์ตัดวงจรยาเสพติด “ครั้งที่ 1/2563”
วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2563 เวลา 06.00 น.
วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2563 เวลา 09.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานติดตามผลการดำเนินงานด้านการปราบปราม ยึดทรัพย์ ตัดวงจรยาเสพติด โดยมีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แถลงผลปฏิบัติการยึดทรัพย์สินเครือข่ายการค้ายาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 39 เครือข่าย จำนวนทรัพย์สินมูลค่าประมาณ 106.8 ล้านบาท พร้อมด้วย นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายอุทัย สินมา รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดียาเสพติด รักษาการในตำแหน่ง อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีแรงงานภาค 3 พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมสรรพากร และนายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส. ร่วมแถลงผล ณ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.)
การปฏิบัติการยึดทรัพย์สินเครือข่ายการค้ายาเสพติดในครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี
ที่ได้ให้ความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหายาเสพติด และได้กำชับให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการปฏิบัติเพื่อแก้ไขปัญหาให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว ซึ่งในด้านการปราบปรามได้เน้นย้ำให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย มุ่งดำเนินการต่อเครือข่ายการค้ายาเสพติดรายสำคัญ โดยใช้แนวทางการสืบสวนขยายผลไปดำเนินการกับผู้สั่งการในระดับที่สูงขึ้นไป และใช้มาตรการยึดทรัพย์สินที่ได้จากการค้ายาเสพติดให้ต่อเนื่องจริงจัง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน จึงได้สั่งการให้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการยึดทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติด ตามคำสั่งศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ ที่ 5/2563 ลงวันที่
21 กุมภาพันธ์ 2563 โดยเป็นการบูรณาการร่วมของ 8 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กองทัพบก หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ กรมสรรพากร โดยมี เลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นประธาน/ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฯ มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดนโยบาย และอำนวยการปราบปรามและยึดทรัพย์สินเครือข่ายการค้ายาเสพติด โดยใช้กฎหมายว่าด้วย
ยาเสพติด หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายฟอกเงิน หรือประมวลรัษฎากร มาใช้เพื่อทำลายโครงสร้างการค้ายาเสพติด
ผลการปฏิบัติในวันนี้ (8 พ.ค.2563) สืบเนื่องมาจากการบูรณาการข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามคำสั่งจัดตั้งศูนย์ฯ ดังกล่าวข้างต้น ซึ่งได้ขยายผลจากคดีจับกุมยาเสพติดในพื้นที่ต่าง ๆ นำไปสู่การดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องในข้อหาสมคบ สนับสนุน ช่วยเหลือ ตาม พ.ร.บ. มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ
ยาเสพติด พ.ศ. 2534 และศาลได้อนุมัติหมายจับรวม 49 คน กระจายอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วภูมิภาคของประเทศ
และได้สนธิกำลังเข้าทำการจับกุม และยึดทรัพย์สินพร้อมกันทั่วประเทศมากกว่า 60 จุด ภายใต้ยุทธการ “พิทักษ์ไทย
ยึดทรัพย์ตัดวงจรยาเสพติด ครั้งที่ 1/63” ในเบื้องต้นประมาณการทรัพย์สินที่ตรวจยึดมีมูลค่ากว่า 106.8 ล้านบาท
นับตั้งแต่มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการยึดทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติดเมื่อเดือน กุมภาพันธ์ 2563 สำนักงาน ป.ป.ส. ได้มีคำสั่งยึด/อายัดทรัพย์สินของเครือข่ายการค้ายาเสพติดรวมทั้งสิ้น 2,932 รายการ รวมมูลค่าประมาณ 372.2 ล้านบาท เป็นเงินสดประมาณ 29.4 ล้านบาท และทรัพย์สินอื่น ๆ ประมาณ 342.9 ล้านบาท
การบูรณาการยึดอายัดทรัพย์สินเครือข่ายนักค้ายาเสพติด ภายใต้ศูนย์ปฏิบัติการยึดทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติด ถือเป็นการปิดช่องว่าง ตัดวงจรการค้าของเครือข่ายนักค้ายาเสพติดได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้ ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดได้ โดยหากพบเห็นการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด สามารถแจ้งเบาะแสยาเสพติดได้ที่ สายด่วน ป.ป.ส. โทร.1386 ตลอด 24 ชั่วโมง
แจ้งเบาะแสยาเสพติด สายด่วน ป.ป.ส. โทร. 1386
#บก.ข่าว Cop Hero Thailand Magazine รายงาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

You may have missed