#Cop Hero Thailand Magazine ป.ป.ส.จับมือหน่วยงานภาคี ภายใต้โครงการสกัดกั้นยาเสพติด ตามสืบ นศ.วิทยาลัยเอกชน ย่านนนทบุรี ใช้บิตคอยน์สั่งซื้อยาอี ผ่านอินเตอร์จากเนเธอร์แลนด์ ส่งทางพัสดุ มาขายให้เพื่อนวัยเดียวกัน

ป.ป.ส.จับมือหน่วยงานภาคี ภายใต้โครงการสกัดกั้นยาเสพติด ตามสืบ นศ.วิทยาลัยเอกชน ย่านนนทบุรี ใช้บิตคอยน์สั่งซื้อยาอี ผ่านอินเตอร์จากเนเธอร์แลนด์ ส่งทางพัสดุ มาขายให้เพื่อนวัยเดียวกัน

ป.ป.ส. จับมือหน่วยงานภาคี ภายใต้โครงการสกัดกั้นยาเสพติด ตามสืบนศ.วิทยาลัยเอกชน ย่านนนทบุรี ใช้บิตคอยน์สั่งซื้อยาอีผ่านอินเตอร์จากเนเธอร์แลนด์ ส่งทางพัสดุ มาขายให้เพื่อนวัยเดียวกัน
นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ( เลขาธิการ ป.ป.ส.) แถลงว่าเมื่อวันที่ 8-10 พฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมาสำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับหน่วยงานภาคีภายใต้ภารกิจสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดผ่านท่าอากาศยาน (Airport Interdiction Taskforce : AITF) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กรมศุลการกร และศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ ทำการสืบสวนติดตามและจับวัยรุ่นชายวัย 18 ปี 1 คน ซึ่งเป็นนักศึกษาของวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี พร้อมยาอี 10,000 เม็ดที่ส่งมาทางพัสดุจากเนเธอร์แลนด์
เลขาธิการ ป.ป.ส. แถลงรายละเอียดว่า จากการบูรณาการของหน่วยเกี่ยวข้องทำให้ทราบว่าผู้ต้องหารายนี้ (ขอสงวนชื่อและนามสกุล เนื่องจากยังเป็นเยาวชน) มีพฤติกรรมลักลอบสั่งซื้อยาอีจากเนเธอร์แลนด์ผ่านทางอินเตอร์เน็ตโดยใช้เงินสกุลบิตคอยน์ จากนั้นยาอีจะถูกส่งมาโดยพัสดุทางอากาศ เพื่อนำมาจำหน่ายให้ลูกค้าที่ส่วนใหญ่จะเป็นนักเที่ยวกลางคืนและเยาวชนวัยเดียวกันในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยทำการค้ามาตั้งแต่ปี 2559 สำหรับยาอีที่สั่งเข้ามาขายเฉลี่ย 20,000 – 30,000 เม็ดต่อเดือน
สำหรับในครั้งนี้สืบทราบว่าผู้ต้องหาได้สั่งซื้อยาอีเข้ามารวม 35,000 เม็ด และแบ่งการขนส่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรก 10,000 เม็ด (ถูกจับยึดในครั้งนี้) ส่วนที่สอง 25,000 เม็ด อยู่ระหว่างการขนส่งซึ่งจะจับยึดเพิ่มเติมเมื่อเดินทางมาถึง เมื่อเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวได้จึงนำตัวไปตรวจค้นเพิ่มเติมยังห้องซึ่งผู้ต้องหาเช่าอพาร์ทเม้นท์ ย่านรัตนาธิเบศร์ พบเครื่องอัดเม็ดยาอี หัวตอก เครื่องชั่งน้ำหนัก ไอซ์ และผงผสมอัดเม็ดยาอีซุกซ่อนในห้องดังกล่าว ผู้ต้องหารับว่าพยายามที่จะอัดเม็ดยาอีออกมาจำหน่ายเองแทนการสั่งซื้อจากต่างประเทศ จากนั้นจึงแจ้งข้อกล่าวหาและจับตัวส่งดำเนินคดี
เลขาธิการ ป.ป.ส. แถลงเพิ่มเติมว่ายาอีที่จำหน่ายในประเทศไทยเกือบทั้งหมดนำเข้าจากต่างประเทศ เครือข่ายยาอีที่นอกจากจะพบนักค้าชาวไทย ยังมีกลุ่มชาวแอฟฟริกันตะวันตก ชาวรัสเซีย และชาวจีน ร่วมกับคนไทย กระบวนการค้าจะทำโดยใช้การสั่งซื้อจากเว็ปไซด์ใต้ดิน โดยแหล่งต้นทางอยู่ในประเทศทางทวีปยุโรป ใช้เงินดิจิทอลทำการซื้อขายกัน และใช้การจัดส่งทางพัสดุไปรษณีย์ระหว่างประเทศ โดยในห้วงครึ่งปีแรกของปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 จับกุมได้ 25 คดี ผู้ต้องหา 22 คน ของกลางยาอีรวม 268,312 เม็ด ส่วน ใหญ่มาจากเยอรมนี มากที่สุดรวม 15 คดี รองลงมา ได้แก่ เนเธอร์แลนด์ 3 คดีโปรตุเกส 3 คดี ฝรั่งเศส 2 คดี เบลเยี่ยมและสโลเวเนีย อีกประเทศละ 1 คดี
เลขาธิการ ป.ป.ส. แถลงในตอนท้ายว่า แม้กระบวนการกระทำผิดจะมีความสลับซับซ้อนและยากต่อการเข้าถึง แต่ด้วยการดำเนินงานตามนโยบายของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ให้ทุกภาคส่วนร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล และข้อเน้นย้ำของ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ที่ให้มีการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานกันอย่างใกล้ชิดเพื่อปราบปรามการค้ายาเสพติด นำมาซึ่งความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และผู้ประกอบการภาคเอกชน จนนำไปสู่การจับผู้กระทำความผิดและยึดยาอีที่ถูกลักลอบส่งเข้ามาได้จำนวนมากข้างต้นจึงขอขอบคุณทุกหน่วยงาน/องค์กรมาในโอกาสนี้
ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็น หรือสงสัยบุคคลที่มีพฤติกรรม เข้าไปเกี่ยวกับยาเสพติด สามารถแจ้งเบาะแสยาเสพติด ได้ที่ สายด่วน ป.ป.ส. โทร 1386 ตลอด 24 ชั่วโมง

#Cop Hero Thailand Magazine รายงาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

You may have missed