#Cop Hero Thailand Magazine ร้านอาหารเมืองลับแล ปรับตัวรับมือสถานการณ์ covid-19 หลังมีมาตรการผ่อนคลาย ให้สามารถนั่งทานอาหารที่ร้านได้

ร้านอาหารเมืองลับแล ปรับตัวรับมือสถานการณ์ covid-19 หลังมีมาตรการผ่อนคลาย ให้สามารถนั่งทานอาหารที่ร้านได้

ร้านอาหารเมืองลับแล ปรับตัวรับมือสถานการณ์โควิด-19 หลังมีมาตรการผ่อนคลายให้สามารถนั่งทานอาหารที่ร้านได้
จากการที่รัฐบาลได้ออกมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 3 ในกิจการและกิจกรรมต่างๆ รวมถึงอนุญาติให้นั่งรับประทานอาหารภายในร้าน สำหรับกลุ่มที่มาด้วยกัน ตั้งแต่ 4-6 คน ได้ ในส่วนของจังหวัดอุตรดิตถ์ ก็ได้มีประกาศให้ร้านอาหารปฏิบัติตามมาตรการของจังหวัดอย่างเคร่งครัด โดยต้องมีการกำหนดเวลาเปิด-ปิดร้านที่ชัดเจน ห้ามจำหน่ายสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล งดการตักอาหารในภาชนะหรือใช้อุปกรณ์ร่วมกัน จัดให้มีระบบคิว มีพื้นที่รอคิวที่มีที่นั่งหรือยืน ห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร งดรูปแบบการให้บริการน้ำดื่มด้วยตนเอง จัดเครื่องปรุงซองสำเร็จรูป และให้ปฏิบัติตามแนวทางข้อกำหนดด้านสุขาภิบาลอาหารอย่างเคร่งครัด
.
ร้านอาหารหลายร้านในจังหวัดอุตรดิตถ์จึงได้มีการปรับตัว ซึ่งที่ร้าน ณ หน่อไผ่ อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ นางอังสนา ทองสวรรค์ เจ้าของร้านได้เปิดเผยกับทีมข่าวว่า ตั้งแต่มีประกาศอนุญาตให้ลูกค้าสามารถนั่งรับประทานอาหารในร้านได้ ทางร้านได้มีการจัดสถานที่ตามที่จังหวัดได้ประกาศ จัดให้มีการเช็คอินด้วยแพล็ตฟอร์มไทยชนะ มีจุดตรวจวัดอุณหภูมิและล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ จัดที่นั่งให้ห่างกัน มีฉากกั้นกลางโต๊ะ เพื่อป้องกันการฟุ้งกระจายของเชื้อฯ โดยรวมได้รับความร่วมมือจากลูกค้าเป็นอย่างดี ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่จะมีการอินบล็อกมาสอบถามข้อมูลกับทางร้านก่อนที่จะเข้ามา
.
เจ้าของร้าน ณ หน่อไผ่ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่เปิดร้านหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 คลี่คลาย รายได้ของร้านลดลงถึง 50 เปอร์เซ็นต์ จึงทำให้ทางร้านต้องลดค่าจ้างพนักงานลง พนักงานหลายคนไม่สามารถทำงานต่อได้ โดยจากเดิมมีพนักงาน 12 คน ตอนนี้เหลือเพียง 4 คนเท่านั้น แต่ตนก็ยังยืนยันเปิดร้านต่อไป เพื่อบริการอาหาร พร้อมจัดมุมผ่อนคลายให้กับผู้ที่มาเยือน ได้มีความสุขกลับไป//
ข่าว : ธัญวรรณ จิระโร
ภาพ : ชัยยศ ยอดยิ่ง / โกเมศ ช่วยบุญ
สวท.อุตรดิตถ์
อินทรีย์ไฟCop Hero Thailand Magazine/รายงาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

You may have missed