“บิ๊กอู๊ด” นำคณะชุดใหญ่ตรวจชายแดน-น่านน้ำ ภาคตะวันออก เข้มแรงงานเถื่อนเขมรลอบเข้าไทย ขู่ขยายฟัน จนท.เอี่ยวขนต่างด้าว หวั่นโควิดระบาด เผยเอา ตม.สนามบินลงด่านชายแดนเสริมกำลัง

“บิ๊กอู๊ด” นำคณะชุดใหญ่ตรวจชายแดน-น่านน้ำ ภาคตะวันออก เข้มแรงงานเถื่อนเขมรลอบเข้าไทย ขู่ขยายฟัน จนท.เอี่ยวขนต่างด้าว หวั่นโควิดระบาด เผยเอา ตม.สนามบินลงด่านชายแดนเสริมกำลัง

“บิ๊กอู๊ด” นำคณะชุดใหญ่ตรวจชายแดน-น่านน้ำ ภาคตะวันออก เข้มแรงงานเถื่อนลอบเข้าไทย ขู่ขยายฟัน จนท.เอี่ยวขนต่างด้าว หวั่นโควิดระบาด เผยเอา ตม.สนามบินลงด่านชายแดนเสริมกำลัง
วันที่ 11 พ.ค.64 : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบก.ตม.3,พ.ต.อ.หฤษฐ์ เอกอุรุ รอง ผบก.ตม.3,พ.ต.อ.อาภากร โกมลสุทธิ รอง ผบก.สส.สตม.,พ.ต.อ.ชย พานะกิจ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. และ พ.ต.อ.ณภัทรพงศ์ สุภาพร ผกก.ปฏิบัติการพิเศษ บก.สส.สตม. เดินทางตรวจแนวชายแดนทั้งทางบกและทางทะเลภาคตะวันออก ซึ่งเชื่อมกับประเทศกัมพูชา โดยลงพื้นที่ จ.สระแก้ว,จ.จันทบุรี และ จ.ตราด เพื่อกวดขันการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองในการสกัดกั้นแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้าประเทศ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้เดินทางตรวจชายแดนภาคตะวันตกซึ่งติดกับพม่าไปแล้วก่อนหน้านี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่คณะเดินทางไปถึง ได้ลงพื้นที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เข้าตรวจสถานที่กักกันรูปแบบเฉพาะองค์กร (OQ) ที่กองร้อย ตชด.126 จากนั้นได้ไปตรวจจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก และกองร้อยทหารพรานที่ 1205 พร้อมทั้งได้เดินทางตรวจช่องทางธรรมชาติตามแนวชายแดนไทยกัมพูชา โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ ได้ตรวจติดตามผลการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการจัดเก็บข้อมูลอัตลักษณ์บุคคลในระบบ Biometrics และการดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ตามแนวชายแดน ทั้งยังได้กำชับการปฏิบัติในการป้องกันการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายตามแนวชายแดน และมอบสิ่งของบำรุงขวัญ และชุดอุปกรณ์ป้องกันโควิด-19 ด้วย
พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ กล่าวว่า การเดินทางมาตรวจมาตรวจชายแดนไทยกัมพูชาครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากด่านยังคงปิดและยังพบว่ามีการหลบหนีเข้าเมืองมาทางช่องทางธรรมชาติ ส่วนหนึ่งเป็นแรงงานไทยที่ทำงานอยู่ในเขมร และอีกส่วนเป็นแรงงานต่างด้าวกัมพูชาที่ลักลอบเข้าไทย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผบ.ตร. จึงสั่งการให้มาตรวจสอบและกำชับการปฏิบัติร่วมกับ ตำรวจ ตชด. ทหาร ศุลกากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยังคงรุนแรง ซึ่งการหลบหนีเข้าเมืองยังเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ถ้าหากเชื้อกลายพันธุ์เข้ามาในไทยจะทำให้การต่อสู้กับโรคยากลำบากขึ้น
“ผมให้ตำรวจ ตม.สนามบินลงพื้นที่ทั่วประเทศที่ตอนนี้มีงานน้อยลง ลงมาช่วยตำรวจ ตม.ชายแดนทุกด้านของประเทศด้วย เพื่อให้การทำงานคล่องตัวมากยิ่งขึ้น โควิด-19 นับเป็นวิกฤติของประเทศที่ทุกหน่วยต้องร่วมช่วยกัน แต่การป้องกันแนวชายแดนที่ยาวกว่า 5,000 กิโลเมตร จะเอาเจ้าหน้าที่มาป้องกันคงยาก อย่างไรก็ตามทุกวันนี้ ผบ.ตร. กำชับให้ตำรวจทุกหน่วยเมื่อจับกุมแรงงานหลบหนีเข้าเมืองได้ จะต้องขยายผลการจับกุมไปถึงคนนำพา และนายทุน และดำเนินคดีฐานฟอกเงินพร้อมกับยึดทรัพย์อย่างเด็ดขาด มาตรการต้องจริงจัง ดำเนินการตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำให้เด็ดขาด โดยในสัปดาห์หน้าตนจะเดินทางลงไปตรวจช่ยอดนไทยมาเลเซีย เพื่อกำชับไม่ให้คนไทยหลบหนีกลับเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติอีกด้วย” พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ กล่าวในที่สุด
นอกจากคณะจะลงพื้นที่ตรวจชายแดน จ.สระแก้ว แล้วในช่วงบ่ายวันเดียวกันยังได้ลงพื้นที่ช่วยแดนไทย-กัมพูชา ด้าน อ.โปงน้ำร้อน จ.จันทบุรี ที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด จากนั้นได้เดินทางไปยังจุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด เพื่อเตรียมที่จะลงเรือตรวจเส้นทางการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองตามแนวชายฝั่งทะเล ในวันนี้ (12 พ.ค.64) อีกด้วย
ขอขอบคุณภาพข่าว : บช.อก.สตม.สวนพูล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

You may have missed