“ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.ห่วงใยประชาชนช่วงโควิดระบาด ให้เข้มมาตรการป้องกันพร้อมยืนยันรถบรรทุกต่างชาติจำนวนมากที่ขับผ่านทางต่างๆ ได้พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรค ปลอดภัย และผู้ต้องกักผ่านในรถการตรวจรับรองจากสาธารณสุขทุกราย ไม่ใช่ผู้ติดเชื้อโควิด-19 นำไปส่งเพื่อส่งกลับประเทศสัญชาติบ้านเกิดตัวเอง”

“ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.ห่วงใยประชาชนช่วงโควิดระบาด ให้เข้มมาตรการป้องกันพร้อมยืนยันรถบรรทุกต่างชาติจำนวนมากที่ขับผ่านทางต่างๆ ได้พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรค ปลอดภัย และผู้ต้องกักผ่านในรถการตรวจรับรองจากสาธารณสุขทุกราย ไม่ใช่ผู้ติดเชื้อโควิด-19 นำไปส่งเพื่อส่งกลับประเทศสัญชาติบ้านเกิดตัวเอง”

“ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.ห่วงใยประชาชนช่วงโควิดระบาด ให้เข้มมาตรการป้องกันพร้อมยืนยันรถบรรทุกต่างชาติจำนวนมากที่ขับผ่านทางต่างๆ ได้พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรค ปลอดภัย และผู้ต้องกักผ่านในรถการตรวจรับรองจากสาธารณสุขทุกราย ไม่ใช่ผู้ติดเชื้อโควิด-19 นำไปส่งเพื่อส่งกลับประเทศสัญชาติบ้านเกิดตัวเอง”
ที่กองงานโฆษก สตม 20 พฤษภาคม 2564 เวลา 14.19 น. พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม. ในฐานะโฆษก สตม. เปิดเผยว่า พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม ได้มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน สืบเนื่องมาจากกรณีมีผู้บันทึกภาพผู้ต้องขังของ สตม. บรรทุกต่างชาติจำนวนมากอยู่ภายในรถ วิ่งไปตามถนนวิภาวดีรังสิต ขาเข้า จาก 5 แยก ลาดพร้าวมุ่งหน้าไปดินแดง เกรงว่าการรวมตัวของคนจำนวนมากบนรถบรรทุก เสี่ยงต่อการแพร่บาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือไม่ โดยทางด้าน พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม ได้กล่าวยืนยันว่าทุกคนที่ส่งผลักดันออกนอกประเทศนั้น เป็นผู้ที่ผ่านการตรวจรับรองแล้วทุกราย ซึ่งก่อนหน้านี้ ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้จัดตั้งโรงพยาบาลสนามชั่วคราว เพื่อคัดแยกผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการป่วยจากสถานกักตัว มาเฝ้าสังเกตอาการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างเคร่งครัด ซึ่งหากผู้ต้องกักผ่านการกักตัวครบกำหนดแล้ว ก็จะดำเนินการประสานประเทศต้นทางในการส่งตัวกลับต่อไป และการผลักดันเป็นกระบวนการส่งตัวผู้ต้องกักผลักดันออกนอกประเทศตามขั้นตอนปกติ โดยยืนยันว่าผู้อยู่บนรถทั้งหมด เป็นผู้กระทำผิดที่ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองก่อนหน้านี้ ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองได้จับกุมและนำตัวไว้ศูนย์กักกันของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และผ่านกระบวนการกักตัวจนครบกำหนด มีการรับรองจากแพทย์แล้วว่าไม่ใช่ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งหลังรับโทษในไทยและได้ประสานทางประเทศต้นทางในการรับตัวแล้ว ตำรวจก็จะจัดเตรียมรถโดยการฉีดพ่นฆ่าเชื้อโรค ก่อนนำผู้ต้องกักทั้งหมดขึ้นรถเพื่อนำส่งไปยังชายแดนอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ซึ่งในแต่ละวันจะมีการเคลื่อนย้ายผู้ต้องกักไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับความพร้อมของประเทศต้นทางว่าพร้อมจะรับตัวไปมากน้อยเพียงใด จึงขอให้ประชาชนไม่ต้องวิตกกังวล
พล.ต.ต.อาชยน กล่าวเพิ่มเติมว่า พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม ได้มีความห่วงใยและตระหนักถึงในกรณีที่พี่น้องประชาชนวิตกกังวลในกรณีดังกล่าว และเพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับใช้รถขนผู้ต้องกัก จึงได้มีการสั่งการเพิ่มเติมทันที โดยให้ทุกหน่วยจัดทำป้ายติดด้านซ้ายขวาของตัวรถหรือด้านหลังรถให้ชัดเจน และมีข้อความที่เห็นเด่นชัด เพื่อเป็นการสื่อสารให้พี่น้องประชานได้เห็นและเข้าใจว่าผู้ต้องกักที่ผลักดันส่งออกนอกประเทศนั้น เป็นผู้ต้องกักซึ่งได้รับโทษ และผ่านการตรวจเชื้อโควิดจากสาธารณสุขแล้วทุกราย รวมถึงรถทุกคันที่ใช้ขนต่างด้าวมีการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อทำความสะอาดทุกครั้ง มั่นใจในความปลอดภัย และได้มีการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดอย่างเคร่งครัด
ทางด้าน พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล รอง ผบก.ตม.1/รองโฆษก สตม. กล่าวทิ้งท้ายว่า ทาง สตม. พร้อมที่ดูแลสร้างความมั่นใจ อุ่นใจ และความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างเต็มที่ ทั้งนี้หากต้องการแจ้งเบาะแส หรือพบเห็นการกระทำความผิด สามารถแจ้งได้ที่ตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่ที่ท่านอยู่ หรือที่เว็บไซต์สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง www.immigration.go.th หรือโทรสายด่วน สตม. 1178 ได้ทันที

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

You may have missed