“บิ๊กแจง” ผบช.สอท.- CCIB ตำรวจไซเบอร์ แถลงข่าวรวบผู้ต้องหาหลอกต้มตุ๋น ออมเงินออนไลน์

“บิ๊กแจง” ผบช.สอท.- CCIB ตำรวจไซเบอร์ แถลงข่าวรวบผู้ต้องหาหลอกต้มตุ๋น ออมเงินออนไลน์

“บิ๊กแจง” ผบช.สอท.- CCIB ตำรวจไซเบอร์ แถลงข่าวรวบผู้ต้องหาหลอกต้มตุ๋น ออมเงินออนไลน์

ตามนโยบายของรัฐบาล โดย ฯพณฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการชักชวนหลอกให้ลงทุนออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้ขับเคลื่อนตามข้อสั่งการ และได้ให้แนวทางไว้เป็นนโยบายการสืบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 5 ด้าน นั้น

วันนี้ (17 ส.ค.64) กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบอาญชกรรมทางเทคโนโลยี ภายใต้การนำของ พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.มนเทียร พันธ์อิ่ม รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.กานตพงศ์ ชัยรุ่งเรือง ผบก.สอท.2 และ ผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวกรณีจับกุมผู้ต้องหา รายสำคัญดังนี้

ตามที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อออนไลน์ เยาวชนหญิงชั้น ม.6 อายุ 17 ปี ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองภายในห้างสรรพสินค้า จว.นนทบุรี เมื่อวันที่ 12 ก.ย.64 ที่ผ่านมา โดยจากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเยาวชนหญิงดังกล่าวได้นำเงินประกัน ซึ่งเป็นมรดกของบิดาที่เสียชีวิต มาลงทุนทางออนไลน์ โดยการแชร์ออมเงิน ที่มีการเชิญชวนผ่านแอพพลิเคชั่นอินสตราแกรมและรวมกลุ่มลงทุนผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ ซึ่งมีกลอุบาย “แค่ฝากเงิน ไม่ต้องลงทุนทำอะไร ไม่มีความเสี่ยง ยิ่งออมมาก ยิ่งได้ดอกเบี้ย หรือผลตอบแทนมาก ด้วยอัตราดอกเบี้ยประมาณ 20% ต่อวัน” ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ นำเงินไปลงทุน เพราะหวังผลตอบแทนในอัตราสูง ก่อนที่จะถูกกลุ่มผู้ต้องหา หลอกลวงในเวลาต่อมา ซึ่งเป็นแรงจูงใจสำคัญ ให้ผู้เสียหายไปก่อชิงทรัพย์ เพื่อจะหาเงินมาทดแทนเงินที่ถูกหลอกไป โดย มีกลุ่มแชร์ออมเงิน ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 2 กลุ่ม ดังนี้
1.กลุ่ม IG “suchata” ซึ่งเข้าร่วมลงทุนผ่านกลุ่มไลน์ Open Chat (จำชื่อไม่ได้) / ลงทุนไป 50,000 บาท / ชื่อบัญชีที่โอนเงินลงทุนไป 2 บัญชี (ทราบชื่อบัญชีกลุ่มคนร้ายแล้ว) โดยได้รับผลตอบแทนลงทุน จำนวน 6,400 บาท ขาดทุน 43,600 บาท
2.กลุ่มแชร์ “AOMNGERNBYAOMSIN” / ลงทุนไป 7,000 บาท / ชื่อบัญชีที่โอนเงินลงทุน 1 บัญชี คือ น.ส.ธิดาวรรณ หรือ ธัญญ์นภัส บุญกล้า ยังไม่เคยได้รับผลตอบแทน

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.สอท.2 ได้ลงพื้นที่สืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานหาตัวกลุ่มผู้กระทำผิด มาดำเนินคดีตามกฎหมาย กระทั่งได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดนนทบุรี เพื่อขอหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้อง

วันนี้ (17 ก.ย.64 ) เวลาประมาณ 10.30 น. ได้ทำการจับกุมตัว น.ส.ธิดาวรรณ หรือ ธัญญ์นภัส บุญกล้า ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดนนทบุรี ในความผิดฐาน “กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน” โทษ จำคุก 5 – 10 ปี ปรับ 500,000 – 1,000,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับภายในบ้านพักอาศัย อ.ห้วยคต จว.อุทัยธานี โดยควบคุมตัวนำส่ง พงส.สอท.3 กก.2 ดำเนินคดีตามกฎหมาย

นอกจากนี้ยัง ทำการจับกุมตัว นายอัครินทร์ ภิญโญกาญจนพัฒน์ สามี น.ส.ธิดาวรรณฯ พร้อมด้วย ของกลางอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนอีกส่วนหนึ่ง ในความผิดฐาน “มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” โทษจำคุก ตั้งแต่ 6 เดือน – 5 ปี ปรับตั้งแต่ 1,000 – 10,000 บาท ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 72 วรรคสาม โดยนำตัวพร้อมของกลางส่ง พงส.ห้วยคต สภ.อุทัยธานี

​ทั้งนี้ การปฏิบัติการของกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) มุ่งเน้นที่จะสนองนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เน้นการบังคับใช้กฎหมาย ปราบปรามจับกุมผู้กระทำความผิดอย่างจริงจัง และต่อเนื่อง มีผลการปฏิบัติเป็นรูปธรรม คำนึงถึงความเดือดร้อน และการอำนวยความยุติธรรมของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ
//ขอบคุณภาพข่าว : บช.สอท.

กัณฑ์อเนก Cop Hero Thailand Magazine : รายงาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

You may have missed