เลขา ฯ ป.ป.ส. ย้ำชัด ป.ป.ส. เร่งดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลที่มุ่งเน้นในการสกัดกั้นยาเสพติดร่วมกับหน่วยงานระหว่างประเทศ เพื่อสกัดกั้นยาเสพติดทุกช่องทาง

เลขา ฯ ป.ป.ส. ย้ำชัด ป.ป.ส. เร่งดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลที่มุ่งเน้นในการสกัดกั้นยาเสพติดร่วมกับหน่วยงานระหว่างประเทศ เพื่อสกัดกั้นยาเสพติดทุกช่องทาง

เลขา ฯ ป.ป.ส. ย้ำชัด ป.ป.ส. เร่งดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลที่มุ่งเน้นในการสกัดกั้นยาเสพติดร่วมกับหน่วยงานระหว่างประเทศ เพื่อสกัดกั้นยาเสพติดทุกช่องทาง
วันที่ 28 พฤศจิกายน 2564 นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวชี้แจงถึงกรณี ที่มีการเขียนข้อความแสดงความเห็นกรณีหลายประเทศจับกุมยาเสพติดล็อตใหญ่ที่ส่งออกจากประเทศไทยได้โดยยังไม่สามารถจับต้นตอ นั้น เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า “ตามนโยบายของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เน้นย้ำเรื่องความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งประเทศไทย โดยสำนักงาน ป.ป.ส แก้ไขปัญหายาเสพติดผ่านกลไกความร่วมมือระหว่างประเทศในการสกัดกั้นและปรามปรามยาเสพติด สำคัญ ๆ ดังนี้
1.จัดตั้งศูนย์ประสานงานแม่น้ำโขงปลอดภัยใน 6 ประเทศภาคี ซึ่งแผนปฏิบัติการร่วมสามเหลี่ยมทองคำ 1511 ซึ่งเกิดขึ้นจากมติของ 6 ประเทศสมาชิก ได้แก่ ไทย เมียนมา สปป.ลาว กัมพูชา จีน และเวียดนาม เพื่อการควบคุมยาเสพติด 6 ประเทศ ระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2562 – 2565) มีมาตรการ สำคัญเพื่อสกัดกั้นสารตั้งต้นเคมีภัณฑ์ไม่ให้เข้าสู่แหล่งผลิต รวมถึงสกัดกั้นยาเสพติดไม่ให้ถูกลำเลียงออกจากแหล่งผลิต ผลการปฏิบัติการในปี 2563 สามารถยึดยาบ้ารวม 447 ล้านเม็ด ไอซ์กว่า 34 ตัน เฮโรอีน 3.8 ตัน คีตามีน 1,074 กิโลกรัมสารตั้งต้น 15 ตัน เคมีภัณฑ์ 1,119 ตัน และกาเฟอีน 37 ตัน และในปี 2564 ยาบ้าของกลาง 552 ล้านเม็ด ไอซ์ 29,866 กิโลกรัม กัญชา 21,035.85 กิโลกรัม เฮโรอีน 5,907.92 กิโลกรัม ฝิ่น 3,557.40 กิโลกรัม คีตามีน 2,700.19 กิโลกรัม เอ็กซ์ตาซี ประมาณ 2,920,538 เม็ด กระท่อม 154.50 กิโลกรัม สารตั้งต้นเคมีภัณฑ์ รวมทั้งสิ้น 257,352 กิโลกรัม
2.โครงการความร่วมมือปราบปรามยาเสพติดระหว่างท่าอากาศยานนานาชาติและท่าเรือของอาเซียน มีคณะทำงาน ได้แก่ สำนักงาน ป.ป.ส. กรมศุลกากร ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ และ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พร้อมทั้งจัดตั้งชุดปฏิบัติการ AIRPORT ITERDICTION TASK FORCE (AITF) และ SEAPORT ITERDICTION TASK FORCE (SITF) เพื่อสนธิกำลังสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ในรอบปี พ.ศ. 2564 มีผลการสกัดกั้นยาเสพติดที่เตรียมส่งออกต่างประเทศรวมทั้งสิ้น 90 คดี ผู้ต้องหา 20 คน ยาบ้า 18,040 เม็ด ไอซ์ 188 กิโลกรัม เฮโรอีน 568กิโลกรัม คีตามีน 10 กิโลกรัม กัญชา 13 กิโลกรัม เอ็กซ์ตาซี 2,320 เม็ด ส่วนผลการสกัดกั้นยาเสพติดที่นำเข้าประเทศ รวม 33 คดี ผู้ต้องหา 29 คน ของกลางโคเคน 43 กิโลกรัม เอ็กซ์ตาซี่ 8,190 เม็ด MDMA 2.4 กิโลกรัม
3.โครงการความร่วมมือของหน่วยปราปบรามยาเสพติดระหว่างประเทศประจำประเทศไทย
25 ประเทศ และ 4 องค์กรระหว่างประเทศ FOREIGN ANTE NARCOTICS COMMUNITY (FANC) เพื่อการประสารการข่าว ประสานคดี และความร่วมมือในการบังคับใช้กฎหมายทางอาญาและยาเสพติด ปัจจุบันมีอยู่ 25 ประเทศ ประกอบด้วย ออสเตรเลีย ออสเตรีย เบลเยี่ยม แคนาดา จีน ฝรั่งเศส เยอรมนี อินเดีย อินโดนีเซีย อิสราเอล อิตาลี คาซัคสถาน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย เนเธอแลนด์ นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ รัสเซีย สเปน สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และอุซเบกิสสถาน และอีกบุคลากรประจำองค์การระหว่างประเทศ 4 องค์กร คือ ILEA INTERPOL UNODC สำหรับไต้หวัน มีสำนักงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไต้หวันทำหน้าที่ประสานงานด้านการข่าว การปราบปรามและความร่วมมืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานด้านยาเสพติด ซึ่งประสานงานกับสำนักงาน ป.ป.ส. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (บช.ปส. สตม. ตชด.) และ
กรมศุลากร ห้วงที่ผ่านมา มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและคดีสำคัญอยู่เป็นระยะ
นอกจากนี้ยังมีการปฏิบัติการร่วมในรูปแบบทวิภาคีกับหลายๆประเทศ เช่น โครงการความร่วมมือในการปราบปรามยาเสพติดระหว่างไทย-ออสเตรเลีย (Task Force Storm) โดยมี เลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ความร่วมมือระหว่างไทย-เกาหลี ในการส่งเจ้าหน้าที่แลกเปลี่ยนในด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดไปประจำการ แลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน รวมทั้งการส่ง อทป.ป.ป.ส. ไปประจำการยังประเทศในอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศเพื่อขับเคลื่อนนโยบายด้านการป้องกันและปราบปรามร่วมกัน ซึ่งในห้วงที่ผ่านมาได้มีการดำเนินการร่วมกันอย่างต่อเนื่องและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งทั้งในด้านการข่าวและการปราบปรามยาเสพติด ดังผลการปฏิบัติการ เช่น เมื่อวันจันทร์ที่ 5 กรกฎาคม สำนักงาน ป.ป.ส. และหน่วยภาคี ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาชาวไทย พร้อมของกลางเฮโรอีน 314 กิโลกรัม ที่ ท่าเรือคลองเตย ปลายทางประเทศออสเตรเลีย ซึ่งคดีนี้ดำเนินการโดยเครือข่ายยาเสพติดชาวลาว เวียดนาม และออสเตรเลีย ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ส. ได้รวบรวมพยานหลักฐานส่งไปยังสำนักงานคณะกรรมการแห่งชาติเพื่อตรวจตราควบคุมยาเสพติด (LCDC) แห่ง สปป.ลาว จนนำไปสู่การออกหมายจับชาวลาว ขณะเดียวกันประสานข่าวกับ AFP เป็นระยะส่งผลให้ล่าสุดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 พฤศจิกายน 2564 AFP จับกุมนักค้าชาวออสเตรเลียรายสำคัญ ซึ่งเป็นเป้าหมาย 1 ใน 14 เป้าหมายรายสำคัญของทางการออสเตรเลีย และหนึ่งในนั้นเป็นสมาชิกกลุ่มมอเตอร์ไซต์นอกกฎหมายที่ชื่อ LEBELS ทั้งยังเป็นตัวการจัดหายาเสพติดจำนวนมากจากประเทศไทยและประเทศเม็กซิโกส่งเข้าไปในประเทศ ส่งเข้าไปในประเทศออสเตรเลีย เป็นต้น โดยทางฝ่ายรัฐบาลออสเตรเลียได้ขอบคุณรัฐบาลไทย พร้อมเรียนเชิญ รมต.ยุติธรรม และ เลขาธิการ ป.ป.ส. ไปยังประเทศออสเตรเลีย เพื่อรับโล่แสดงความขอบคุณในความร่วมมือครั้งนี้
ในส่วนคดีอื่นๆที่ได้มีความร่วมมือกับประเทศต่างๆ นั้น สำนักงาน ป.ป.ส. ได้มีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิด ซึ่งในบางคดีได้มีการขยายผลร่วมกันอย่างดี บางคดีอยู่ในระหว่างการสืบสวน ขยายผลและจะร่วมมือกันดำเนินการต่อไป
เลขาธิการ ป.ป.ส. ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า กรณีทางการไต้หวันตรวจยึดเฮโรอีน จำนวน 440 กก. ซุกซ่อนในไม้แปรรูปที่เมืองไทเป ส่งออกจากไทยทางท่าเรือกรุงเทพฯ สำนักงาน ป.ป.ส. ได้ประสานแลกเปลี่ยนข้อมูลกับทางการไต้หวัน ผ่านทางวีดีโอคอนเฟอร์เรนท์ และได้ทำการขยายผลสืบสวน พบว่า กลุ่มนักค้าดังกล่าวเกี่ยวข้องกับคดีที่มีการจัดหายาเสพติด ส่งไปยังประเทศออสเตรเลีย และประเทศอื่นๆ อีกหลายคดี ขณะนี้ ป.ป.ส. ได้รวบรวมพยานหลักฐาน และในวันพรุ่งนี้จะดำเนินการร้องทุกต่อพนักงานสอบสวนของตำรวจกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด เพื่อนำตัวผู้เกี่ยวข้องมาลงโทษต่อไป
เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวทิ้งท้าย
รัฐบาลได้แก้ไขกฎหมายยาเสพติด โดยทำเป็นประมวลกฎหมายยาเสพติด ทั้งนี้ เพื่อให้การแก้ปัญหายาเสพติดมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในเรื่องของการป้องกันและปราบปราม โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 ธันวาคม 2564 นี้ และในวันเดียวกัน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเปิดแผนปฏิบัติการ
(kick off) การป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ประจำปี พ.ศ. 2565 เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ได้ร่วมกันบูรณาการปฏิบัติการตามแผนข้างต้นอย่างพร้อมเพรียง และให้เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด ที่หอประชุมกองทัพบก ถนนวิภาวดี รังสิต กรุงเทพ ความมุ่งมั่นดังกล่าว ย่อมแสดงให้เห็นว่ารัฐบาล ได้ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง
กัณฑ์อเนก Cop Hero Thailand Magazine : รายงาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

You may have missed