#Cop Hero Thailand Magazine# “รถยนต์ตรวจการณ์อัจฉริยะ(BMW)นำจับกุมคนต่างด้าวอยู่เกินกำหนดอนุญาต(Overstay) 2 รายสำคัญ”

รถยนต์ตรวจการณ์อัจฉริยะ(BMW)นำจับกุมคนต่างด้าว 2 รายสำคัญ

รถยนต์ตรวจการณ์อัจฉริยะ (BMW) นำจับกุมคนต่างด้าวอยู่เกินกำหนดอนุญาต (Overstay) 2 รายสำคัญ
ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ชำนาญ ชำนาญเวช ผบก.ตม 5, พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง ผบก.ตม.5, พ.ต.อ.เศรษฐภัทร ณ สงขลา ผกก.สส.บก.ตม.5 และ พ.ต.ต.ภูวดล ภูมี สว.ตม.จว.เพชรบูรณ์ ร่วมแถลงข่าว ดังนี้
จับกุมนายนีลเซน (NIELSEN) สัญชาติแอฟริกาใต้ (อยู่เกินอนุญาต 1,441 วัน)
ก่อนการจับกุม เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.สส.บก.ตม.5 ได้ตรวจสอบในระบบไบโอเมทริกซ์ (Biometrics) ของ สตม. พบว่า นายนีลเซน (NIELSEN) อายุ 39 ปี สัญชาติแอฟริกาใต้ ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 18 มีนาคม 2559 แต่ไม่มีข้อมูลเดินทางออก เมื่อวันที่ ๒๔ ก.พ. ๖๓ เวลาประมาณ ๑๔.๒๐ น. จึงได้ตรวจสอบตามข้อมูลการแจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าวผ่านระบบฐานข้อมูลในรถยนต์ตรวจการณ์อัจฉริยะ (BMW) แต่ไม่พบตัวตามที่อยู่ที่แจ้งไว้ และสืบทราบว่าผู้ต้องหาได้ย้ายไปเช่าบ้านที่ ต.บ้านแม อ.สันป่าตอง จว.เชียงใหม่ ในวันที่ 24 ก.พ. 63 เวลาประมาณ 14.20 น. จึงได้ออกตรวจสอบบ้านเช่าเลขที่ดังกล่าวโดยใช้รถยนต์ตรวจการณ์อัจฉริยะ (BMW) สนับสนุนภารกิจ เมื่อไปถึงพบนายชูเกียรติ อายุ 49 ปี อยู่ ต.บ้านแม อ.สันป่าตอง จว.เชียงใหม่ แสดงตัวเป็นเจ้าบ้าน และนายชูเกียรติฯ ได้นำเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมไปตรวจสอบที่บ้านเกิดเหตุ ผลการตรวจสอบพบตัวนายนีลเซน พักอาศัยอยู่ในบ้านที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง ซึ่ง นายนีลเซน ได้แสดงหนังสือเดินทางประจำตัวคือ ผลการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาได้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทย เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2559 โดยได้รับการตรวจลงตราประเภทนักท่องเที่ยว (Tourist-TR60) และได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ถึงวันที่ 18 มีนาคม 2559 ตรวจสอบภายในหนังสือเดินทางดังกล่าวแล้ว ไม่พบรอยตราประทับการขออยู่ต่อแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้นำหมายเลขหนังสือเดินทางตรวจสอบข้อมูลผ่านระบบฐานข้อมูลในรถยนต์ตรวจการณ์อัจฉริยะ (BMW) พบว่าไม่มีข้อมูลการขออยู่ต่อในราชอาณาจักรแต่อย่างใด จึงจับกุมตัวผู้ต้องหาและแจ้งข้อหาว่า “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” (อยู่เกิน จำนวน 1,441 วัน)
จากนั้นได้ควบคุมตัวนำส่ง พงส.กก.สส.บก.ตม.๕ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนนายชูเกียรติฯ เจ้าของบ้านได้เปรียบเทียบปรับในข้อหา “เป็นเจ้าบ้านไม่แจ้งการรับคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเข้าพักอาศัยภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง” ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 38 เป็นจำนวนเงิน 1,600 บาท
นายซาดาโอะ (SADAO) สัญชาติญี่ปุ่น (อยู่เกินอนุญาต 3,027 วัน)
ก่อนการจับกุม เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.5 และ ตม.จว.เพชรบูรณ์ ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามี บุคคลลักษณะคล้ายคนต่างด้าวมีพฤติการณ์ชอบเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านพัก เมื่อวันที่ ๔ มี.ค.๖๓ เวลาประมาณ ๑๒.๓๐ น.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้เดินทางไปตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้ง คือบ้านใน ต.วังชมภู อ.เมือง จว.เพชรบูรณ์ พบคนต่างด้าวตรงตามที่ได้รับแจ้ง คือ นายซาดาโอะ (SADAO) สัญชาติญี่ปุ่น อายุ 67 ปี ตรวจสอบรอยตราประทับพบว่าได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 20 พ.ย. 2554 ชุดจับกุมจึงได้นำหนังสือเดินทางตรวจสอบข้อมูลผ่านระบบฐานข้อมูล ในรถยนต์ตรวจการณ์อัจฉริยะ (BMW) พบว่าไม่มีข้อมูลการขออยู่ต่อในราชอาณาจักรแต่อย่างใด จึงจับกุมตัวผู้ต้องหาและแจ้งข้อหาว่า “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” (จำนวน 3,027 วัน) จากนั้นได้นำตัวส่ง พงส. สภ.ชุมชนวังชมภู จว.เพชรบูรณ์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ และการกระทำความผิดในกฎหมายอื่น การประสานความร่วมมือกับหน่วยงาน
ที่เกี่ยวข้อง และประเทศเพื่อนบ้าน ให้บริการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง หากพบการกระทำผิดกฎหมาย การก่อเหตุอันตรายใด ๆ อันกระทบต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน อันอาจทำให้เกิดความเสียหาย ต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ กรุณาแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120 หรือหมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างสูง #บก.Cop Hero Thailand Magazine รายงาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

You may have missed