“บิ๊กต่อ” ผู้ช่วย ผบ.ตร.,”บิ๊กราญ” ผบช.น.ร่วมแถลงข่าวผลการระดมกวาดล้างอาชญากรรม ก่อนวันเลือกตั้งห้วงวันที่ 9-20 พ.ค.65

“บิ๊กต่อ” ผู้ช่วย ผบ.ตร.,”บิ๊กราญ” ผบช.น.ร่วมแถลงข่าวผลการระดมกวาดล้างอาชญากรรม ก่อนวันเลือกตั้งห้วงวันที่ 9-20 พ.ค.65


วันที่
21 พ.ค.65 เวลา 11.00 น. พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น.
พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รอง ผบช.น. พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์
รอง ผบช.น. พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สำเริง สวนทอง รอง ผบช.น. พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ
รอง ผบช.น. ได้แถลงผลการปฏิบัติระดมกวาดล้างอาชญากรรมก่อนการเลือกตั้ง ในห้วงวันที่ 9 -20 พ.ค.65
มีรายละเอียด ดังนี้
จับกุมบุคคลตามหมายจับ 409 คดี 400 คน
ความผิดเกี่ยวกับการพนัน 544 คดี 571 คน
ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดรวมทั้งสิ้น
3.1 ผลิต – คดี – คน
3.2 นำเข้า – คดี – คน
3.3 ส่งออก – คดี – คน
3.4 จำหน่าย 12 คดี 12 คน
3.5 ครอบครองเพื่อจำหน่าย 13 คดี 19 คน
3.6 ครอบครอง 105 คดี 107 คน
3.7 เสพยาเสพติด 154 คดี 148 คน
รวมทั้งสิ้น 284 คดี 286 คน
ความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 รวมทั้งสิ้น
4.1 นำพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักร 11 คดี 11 คน
4.2 ช่วยเหลือซ่อนเร้นคนต่างด้าวให้พ้นจากการจับกุม – คดี – คน
4.3 หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย 2594 คดี 2616 คน
รวมทั้งสิ้น 2605 คดี 2627 คน
ความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน
5.1 อาวุธปืนสงคราม – คดี – คน
5.2 อาวุธปืนธรรมดา (ไม่มีทะเบียน) 19 คดี 20 คน
5.3 อาวุธปืนธรรมดา (มีทะเบียน) 4 คดี 5 คน
5.4 วัตถุระเบิด 3 คดี 9 คน
5.5 เครื่องกระสุนปืน 8 คดี 8 คน
รวมทั้งสิ้น 34 คดี 42 คน
ความผิดเกี่ยวกับสถานบริการ 419 คดี 419 คน
ความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 16 คดี – คน
ความผิดเกี่ยวกับการปลอมแปลงเอกสาร 1 คดี 2 คน
รวมทั้งสิ้น 4312 คดี 4347 คน
ซึ่งได้ทำการตรวจยึดของกลาง ดังนี้
พ.ร.บ.อารุธปืน
อาวุธปืน 26 กระบอก
เครื่องกระสุนปืน 583 นัด
วัตถุระเบิด 3 ลูก
พลุ/ประทัด 3 นัด
พ.ร.บ.ยาเสพติด
ยาบ้า 438,961 เม็ด
ยาไอซ์ 1139.698 กรัม
เคตามีน 95.89 กรัม
เฮโรอีน 11.04 กรัม
ความผิดเกี่ยวกับการปลอมแปลงเอกสาร
แผ่นป้ายทะเบียนปลอม 177 แผ่น
สมุดคุมป้ายแดง 107 เล่ม
แผ่นอลูมิเนียมสำหรับทำป้ายทะเบียนปลอม 116 แผ่น
เครื่องปั๊มและอุปกรณ์อื่นๆ 196 รายการ
คดีที่ 1 คนร้ายลักทรัพย์โรงเรียนได้เงินไปมูลค่ากว่า 170,000 บาท ผลงาน สน.บางเขน บก.น.2
วันที่ 14 พ.ค.65 เวลา 06.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการจับกุมนายคำณพฯ ตามหมายจับศาลอาญา ลง 12 พ.ค.65 ในความผิดฐาน “ บุกรุก ลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นโดยเข้าในช่องทางซึ่งได้ทำขึ้น โดยไม่ได้จำนงให้เป็นทางคนเข้า และทำให้เสียทรัพย์ ”
จากกรณี น.ส.อมรศรี ศิริสุข ได้เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเขน ว่าเมื่อวันที่ 29-30
เม.ย. 2565 เวลาประมาณ 00.30 น. ได้มีคนร้ายงัดหน้าต่างเหล็กดัด บุกรุกเข้ามาในห้องธุรการของโรงเรียนวัดไตรรัตนาภิรักษ์ และงัดโต๊ะทำงาน และตู้เหล็กใส่เงินแล้วลักเอาเงินของโรงเรียน จำนวน 170,000 บาท และกระเป๋าสะพายโลโก้โรงเรียน จำนวน 1 ใบ และยังทำลายทรัพย์สินเสียหาย เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางเขน จึงสืบสวนติดตามตัวคนร้าย และตรวจสอบกล้องวงจรปิด จนกระทั่งทราบว่า นาย คำณพฯ เป็นคนร้ายที่ก่อเหตุลักทรัพย์ จึงได้ทำการจับกุม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.บางเขนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
คดีที่ 2 ชิงทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทําความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป” พื้นที่ สน.บางเขน
วันที่ 19 พ.ค.65 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.บางเขน ได้จับกุม นายอาทิตย์ฯ อายุ 38 ปี หน้าห้องเลขที่ 313 พรชัยแมนชั่น เลขที่ 146/30 ซอยรามอินทรา 21 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ
พร้อมด้วยของกลาง 1.รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า คลิ๊กสีเทา หมายเลขทะเบียน วพม 334 กทม.จำนวน 1 คัน
2.ธนบัตรฉบับละ 100 บาท จำนวน 1 ฉบับ
3.สิ่งเทียมอาวุธปืน จำนวน 1 กระบอก
4.โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อออฟโป้ สีแดง เบอร์โทร 084-0565473 จำนวน 1 เครื่อง
5.เสื้อคอปกแขนสั้นสีแดง จำนวน 1 ตัว
6.หมวดนิรภัยสีดำ คาดแดง จำนวน 1 ใบ
7.รองเท้าแตะ จำนวน 1 คู่
โดยกล่าวหาว่า “ชิงทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป”
วันที่ 19.พ.ค.65 เวลาประมาณ 10.45 น. นายอาทิตย์ฯ ใช้จักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าทะเบียน วพม 334 กทม. เป็นพาหนะ เข้าไปทำการชิงทรัพย์ ในร้านค้าย่านบางเขน เขตบางเขน กรุงเทพฯ โดยทำทีเข้ามาซื้อน้ำแข็ง
เมื่อสบโอกาสได้ใช้อาวุธปืน ไม่ทราบชนิด (ไม่ทราบว่าจริงหรือปลอม) ข่มขู่ผู้แจ้งหลังจากนั้นได้หยิบเงินจำนวน 1,800 บาท ของผู้แจ้งที่อยู่ในกระป๋องเงินไป และขับรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวหลบหนี ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนโดย
ได้ทราบทะเบียนรถคนร้ายจากกล้องวงจรปิด และไล่กล้องวงจรปิดเส้นทางขามาก่อเหตุ และ เส้นทางหนี จนสามารถจับกุมตัวคนร้ายได้พร้อมของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดี
คดีที่ 3 จับกุมขบวนการลักลอบซุกยาบ้าในรถยนต์ลำเลียงยาเสพติดสู่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ผลงาน
สน.บางชัน บก.น.4
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 15 พ.ค. 65 เวลาประมาณ 18.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.บางชัน ได้รับแจ้งจากพลเมืองดี ว่าได้รับการว่าจ้างจากนายซาการียาฯ (ทราบชื่อภายหลัง) ให้ไปรับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้ารุ่นยาริส สีขาว หมายเลขทะเบียน 3กร-7284 กรุงเทพมหานคร ที่อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี และนำรถยนต์คันดังกล่าวไปส่งที่จังหวัดนราธิวาส แต่จากการตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าว พบสิ่งของต้องสงสัย คาดว่าน่าจะเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ถูกซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์คันดังกล่าว จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.บางชัน ดำเนินการการตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าวโดยละเอียดอีกครั้ง และจากการตรวจสอบโดยละเอียดพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ทั้งหมด 67
ห่อ ประมาณ 396,000 เม็ด ถูกซุกซ่อนอยู่ตามจุดต่างๆ ของรถยนต์คันดังกล่าว
จากนั้นวันที่ 16 พ.ค.65 เวลาประมาณ 17.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.บางชัน
ได้สืบสวนจนกระทั่งสามารถทำการจับกุมตัวนายซาการียาฯ อายุ 29 ปี และนายอับดุลเล๊าะฯ อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรี ลงวันที่ 16 พ.ค. 65
ในความผิดฐาน “ร่วมกันจำหน่ายโดยเป็นการมีไว้เพื่อจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือ
เมทแอมเฟตามีน) เป็นการกระทำเพื่อการค้า การก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และเป็นการทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป โดยไม่ได้รับอนุญาต”
จากนั้นจึง นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.บางชัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนผู้ต้องหาที่หลบหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการติดตามจับกุมตัวมาเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
คดีที่ 4 จับกุมคนร้ายก่อเหตุยิงผู้อื่นเสียชีวิต ผลงาน สน.ประเวศ บก.น.4
สืบเนื่องจากวันที่ 16 พ.ค.65 เวลาประมาณ 10.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ประเวศ ได้รับแจ้งว่าพบศพผู้เสียชีวิตภายในคลองวังใหญ่ จึงแจ้งแพทย์นิติเวช และ พฐ. เข้าร่วมตรวจพิสูจน์ พบศพนายมนัสฯ อายุ 37 ปี (ทราบชื่อภายหลัง) เสียชีวิตบริเวณในคลองที่เกิดเหตุ สภาพศพสวมเสื้อลายสก็อตแขนยาวพับแขน สวมกางเกงยีนส์ขาวยาวสีเข้มคาดเข็มขัดหนังสีดำ มีอาวุธมีดปลายแหลมความยาวประมาณ 30 ซม. อยู่บริเวณเอวทางด้านซ้าย สวมถุงเท้าสีดำ ตามร่างกายเน่าเปื่อย มีรอยสักตามตัว และรอยสักบริเวณหน้าอกสักว่า “สราลี จำเริญ” เสียชีวิตลักษณะศพนอนคร่อม รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ จากการตรวจที่เกิดเหตุเบื้องต้นพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. ตกอยู่ในที่เกิดเหตุจำนวน 2 ปลอก และจากการชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นพบรอยลูกกระสุนปืนที่บริเวณท้ายทอยจำนวน 1 นัด และที่บริเวณด้านข้างลำตัวอีก 1 นัด จากการประเมินของแพทย์คาดว่าเสียชีวิตมาประมาณ 2-3 วัน จึงได้นำศพผู้ตายส่งสถาบันนิติเวชเพื่อชันสูตรพลิกศพ
ต่อมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ได้ทำการติดตามผู้ก่อเหตุจากภาพจากกล้องวงจรปิด จนกระทั่งทราบว่า
ผู้ก่อเหตุคือนายดวงฯ จึงได้เชิญตัวมาที่ สน.ประเวศ จากการสอบถามนายดวงฯ ได้ให้การรับสารภาพว่าเป็น
ผู้ก่อเหตุยิงนายมนัสฯ เสียชีวิตและจากการยืนยันของนายเจริญฯ หรือ เหน่ง และ นายจิรศักดิ์ฯ หรือ กอล์ฟ
ทั้งสองให้การว่า ตนได้ร่วมเดินทาง ไปกับผู้ตายจริง และอยู่ในเหตุการณ์ ซึ่งยืนยันผู้ก่อเหตุคือ นายดวง หรือดุล ได้ใช้อาวุธปืน ยิงนายมนัส หรือดอน เสียชีวิตจริง จากนั้นจึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ประเวศ
คดีที่ 5 ภาพรวมผลการจับกุมอาวุธปืน ผลงาน บก.น.5
5.1 วันที่ 11 พ.ค.65 เวลา 09.30 น. ทำการจับกุม นาย ภัสสกรฯ อายุ 33 ปี และ
นางสาวกัญญาณัฐฯ อายุ 32 ปี โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”และ “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ( เมทแอมเฟตามีน )” “ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต”
พร้อมด้วยของกลาง
อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ใช้สำหรับยิงกระสุนปืน ขนาด .22มม. จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืนกล ขนาด 7.62 มม.จำนวน 80 นัด
กระสุนปืน ขนาด .38 มม. จำนวน 6 นัด
กระสุนปืน ขนาด .22 มม.จำนวน 22 นัด
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งว่านาย ภัสสกรฯ อายุ 33 ปี มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนซ่อนอยู่ในบ้านเลขที่ 288/4 ถ.พระราม 9 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ชุดจับกุมได้ขออำนาจศาลอาญา อนุมัติหมายค้นที่ 340/2565 ให้ตรวจค้นบ้านเลขที่ 288/4 ถ.พระราม 9
แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเดินทางไปที่บ้านหลังดังกล่าวพบนาย ภัสสกรฯ
นางสาวกัญญาณัฐฯ เป็นผู้ดูแลและอยู่อาศัย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัว สอบถามบุคคลทั้ง 2 แล้ว รับว่า
เป็นห้องของตนทั้ง 2 ที่ใช้พักอาศัยหลับนอน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงให้ทำการเปิดประตูห้องดังกล่าว เพื่อทำการตรวจค้น
ผลการตรวจค้นพบอาวุธปืนและเครื่องกระสุน จากนั้นนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน ดำเนินคดีตามกฎหมาย
5.2 วันที่ 13 พ.ค.65 เวลา 08.00 น. ได้ทำการจับกุม นายคณากร อายุ 25 ปี โดยกล่าวหาว่า
“มีเครื่องกระสุนปืน (ขนาด.22) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”
พร้อมด้วยของกลาง ลูกกระสุนปืน ขนาด .22 บรรจุอยู่ในกล่องพลาสติกสีดำ จำนวน 49 นัด
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมว่า นายคณากรฯ มีอาวุธปืนและกระสุนปืนไว้ในความครอบครอง ซึ่งซุกซ่อนอยู่ภายในบ้านเลขที่ 89/4 ซอยพระยาสุเรนทร์ 35 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ ขอหมายค้นบ้านหลังดังกล่าวต่อศาลอาญามีนบุรี ผลการตรวจพบเครื่องกระสุนปืน ขนาด .22 จำนวน 49 นัด จึงได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.คันนายาว ดำเนินคดีตามกฎหมาย
5.3 วันที่ 13 พ.ค.65 เวลา 16.05 น. ได้ทำการจับกุมจับกุมนายอาทิตย์ อายุ 38 ปี โดยกล่าวหาว่า
“มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”
พร้อมด้วยของกลาง
อาวุธปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติ (แบล็งค์กัน) ขนาด .380 มม. จำนวน 1 กระบอก
ซองกระสุน (แม็กกาซีน) จำนวน 1 อัน
เครื่องกระสุนปืน ขนาด .38 มม. จำนวน 85 นัด
เครื่องกระสุนปืน ขนาด 38 Super จำนวน 2 นัด
เครื่องกระสุนปืน ขนาด 380 มม. จำนวน 38 นัด
6.ซองปืนพกสีดำจำนวน 1 ซอง
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สืบสวน ทราบว่า นายอาทิตย์ ฯ มีอาวุธปืนและกระสุนปืนไว้ในความครอบครอง ซึ่งซุกซ่อนอยู่ภายในบริเวณบริเวณอาคารยูนิตี้ ทาวเวอร์ เลขที่ 555/40-41 ชั้น 6
ซอย อุดมสุข 31 สุขุมวิท 103 แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานครขอหมายค้นบ้านหลังดังกล่าวต่อศาลอาญาพระโขนง ผลการตรวจพบของกลางดังกล่าว จึงได้นำตัวส่งพนักงานสอบ สน.บางนา ดำเนินคดีตามกฎหมาย
5.4 วันที่ 13 พ.ค.65 เวลา 10.00 น. ได้ทำการจับกุมนายธีระพงศ์ อายุ ๓๖ ปี โดยกล่าวหาว่า
“มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”
พร้อมด้วยของกลาง
อาวุธปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติ ( ปืนแปลง ) จำนวน 1 กระบอก
แม็กกาซีน จำนวน 1 อัน
เครื่องกระสุนปืนขนาด ๙ มม. จำนวน 4 นัด
ซองปืนสีดำ จำนวน 1 ซอง
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สืบสวนทราบว่า นายธีระพงศ์ฯ มีอาวุธปืนและกระสุนปืนไว้ใน
ความครอบครอง ซึ่งซุกซ่อนอยู่ภายในบริเวณตึกพรอนงค์แมนชั่น ตึกบี ห้อง 245 ถ.อุดมสุข ๖๐ แยก ๑ แขวงหนองบอน
เขตประเวศ กทม. ขอหมายค้นบ้านหลังดังกล่าวต่อศาลอาญาพระโขนง ผลการตรวจพบของกลางดังกล่าว
จึงได้นำตัวส่งพนักงานสอบ สน.บางนา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
คดีที่ 6 จับกุมอาวุธปืนภายในโรงเรียนย่านสัมพันธวงศ์ สน.พลับพลาไชย 2 บก.น.6
วันที่ 12 พ.ค.65 เวลา 17.00 น. เจ้าพนักงานตำรวจได้สืบทราบและรับแจ้งจากสายลับ
(ขอปิดนาม) แจ้งว่าที่บริเวณลานจอดรถภายในโรงเรียนย่านสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร
มีชายวัยกลางคน อายุประมาณ 50-60 ปี รูปร่างสูงใหญ่ ล่ำสัน สีผิวดำ แดง ทรงผมรองทรง การแต่งกายลักษณะคล้ายทหาร เดินถืออาวุธปืนยาวห่อหุ้มด้วยผ้าขาวม้า เดินไปมา อยู่ในลานจอดรถของโรงเรียนย่านสัมพันธวงศ์ แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร เมื่อทราบดังนั้น เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมจึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาและร่วมกันวางแผนตรวจสอบจับกุม จากนั้น เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมจึงได้เดินทางไปตรวจสอบบริเวณดังกล่าว เมื่อเดินทางไปถึงพบชายอายุประมาณ 50-60 ปี ตรงกับตำหนิรูปพรรณที่สายลับแจ้ง เดินถืออาวุธปืนยาว โดยมีผ้าขาวม้า ห่อหุ้มอยู่บริเวณดังกล่าว เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมจึงได้แสดงตัว ซึ่งก่อนการค้นเจ้าพนักงานตำรวจทุกนายได้แสดงความบริสุทธิ์ใจ
ให้ผู้ต้องหาดูจนเป็นที่พอใจแล้ว จึงขอทำการตรวจค้น
ผลการตรวจค้นพบ
1.อาวุธปืนลูกซองยาว ขนาดเบอร์ 12 แบบเซมิออโตเมติก ยี่ห้อ HUGLU หมายเลขปืน
กท.6554098 จำนวน 1 กระบอก (ผู้ต้องหาถืออยู่ในมือขณะจับกุม)
ซองกระสุนแบบ 2 นัด จำนวน 1 ซอง
กระสุนลูกซองขนาดเบอร์ 12 จำนวน 2 นัด
ผ้าขาวม้าลายหมากรุก จำนวน 1 ผืน
กระเป๋าสะพายแบบผ้า สีส้ม จำนวน 1 ใบ
สำเนาใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืน หรือเครื่องกระสุนปืนส่วนบุคคล (ใบ ป.)3 เลขที่ 48/2565
จำนวน 1 ใบ เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุม จึงได้ตรวจยึดของกลางไว้ และได้แจ้งให้ผู้ถูกจับกุมทราบว่าได้กระทำความผิดฐาน “ มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต , พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว และ โดยไม่มีเหตุอันสมควร ” ในชั้นจับกุม
ผู้ถูกจับกุมให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และให้การว่าตนพักอาศัยอยู่ที่วัดย่านสัมพันธวงศ์ โดยอาวุธปืนลูกซองยาวกระบอกดังกล่าว ตนได้ซื้อมาจากร้านขายปืนย่านวังบูรพา เมื่อประมาณเดือนเมษายน โดยตนได้ทำเรื่องขอใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนส่วนบุคคล (ใบ ป.3) แต่ยังไม่มีใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนและเครื่องกระสุน (ใบ ป.4) จากนั้น จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมด้วยของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สน.พลับพลาไชย 2 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
คดีที่ 7 จับกุมผู้ต้องหาร่วมกันก่อเหตุปล้นทรัพย์เสื้อรุ่นสถาบันแล้วหลบหนีไปพื้นที่ สน.บางบอน
วันที่ 13 พ.ค.65 เวลาประมาณ 13.30 น. ชุดสืบสวน สน.บางบอน ได้ทำการสืบสวนติดตาม จับกุมตัวผู้ก่อเหตุเป็นเยาวชนอายุระหว่าง 16 – 17 ปี มาได้ 3 ราย
พร้อมด้วยของกลาง
ปืนประดิษฐ์เอง แบบปากกา มีด้ามปืน ไม่ทราบขนาด จำนวน 1 กระบอก
เสื้อยืดแขนสั้นสีขาว จั๊มคอ แขน สีแดง หมายเลข รุ่น 87 วิทยาลัยราชสิทธาราม จำนวน 2 ตัว
เสื้อเชิ้ตสีขาว แขนสั้น จำนวน 1 ตัว
รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น wave 125i สีดำ แดง
รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น PCX สีดำ แดง
โดยกล่าวหาว่า ปล้นทรัพย์โดยใช้อาวุธปืน
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 12 พ.ค.65 เวลาประมาณ 17.00 น. ผู้เสียหาย จำนวน 2 ราย คือ นายจารุวัฒน์ฯ อายุ 19 ปี และนายณัฐธีร์ฯ อายุ 16 ปี ทั้งสองเป็นนักศึกษาวิทยาลัยย่านบางบอน ได้มาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน
สน.บางบอน ว่าได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มาตามถนนเอกชัยขาเข้า ขณะจอดที่จุดเกิด
เหตุเพื่อรอกลับรถ ได้ถูกผู้ต้องหาทั้งสามซึ่งเป็นนักศึกษาวิทยาลัยย่านธนบุรี ขับขี่รถจักรยานยนต์ ตามมาประกบและได้ทำร้ายร่างกาย โดยได้ใช้อาวุธปืนบังคับข่มขู่ให้ถอดเสื้อรุ่นสถาบัน แล้วหลบหนีไป
ต่อมาวันที่ 13 พ.ค.65 เวลาประมาณ 13.30 น. ชุดสืบสวน สน.บางบอน ได้ทำการสืบสวนติดตามนำตัว
ผู้ก่อเหตุมาได้พร้อมของกลาง เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งสามรายรับสารภาพ จึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่ง สน.บางบอน
เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
คดีที่ 8 ทลายแหล่งผลิตอาวุธปืนจำหน่ายออนไลน์ แม่สุดใจ บก.สปพ.
วันที่ 12 พ.ค.65 เวลา 10.00 น. ได้ทำการจับกุม นายพศิน (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 49 ปี บริเวณห้องชั้น 3 ภายในบ้านเลขที่ 1/214 หมู่ 8 ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม ต่อเนื่องร้าน Flash Express สาขา KRL_SP กระทุ่มล้ม ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม
พร้อมด้วยของกลาง จำนวน 19 รายการ ดังนี้
แท่นเจาะ จำนวน 1 เครื่อง
ปากกาจับ จำนวน 1 ตัว
เครื่องเจียร จำนวน 1 ตัว
สว่าน จำนวน 1 ตัว
เลื่อย จำนวน 1 อัน
ค้อน จำนวน 1 อัน
แผ่นขยายแม็กกาซีน จำนวน 3 อัน
ดอกเจียร จำนวน 10 อัน
ดอกขยาย จำนวน 4 อัน
ป้าย QR code และป้าย ID LINE จำนวน 3 แผ่น
ชิ้นส่วนปืนแบลงค์กันสีดำ จำนวน 1 ชุด (11 ชิ้น)
ชิ้นส่วนปืนแบลงค์กันสีเงิน จำนวน 1 ชุด (8 ชิ้น)
ลำกล้องอาวุธปืน ดัดแปลงแล้ว (บรรจุอยู่ในกระป๋องนม) จำนวน 14 อัน
ปืนยี่ห้อ colt ขนาด .22 ทะเบียน น.ว.2/4633 พร้อมซองกระสุน จำนวน 1 กระบอก
กระสุนปืนขนาด .380 จำนวน 82 นัด
กระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 49 นัด
กระสุนปืนขนาด .22 magnum จำนวน 2 นัด
18.โทรศัพท์มือถือยี่ห้อวีโว่ รุ่น Y50 จำนวน 1 เครื่อง
19.อาวุธปืน(ไทยประดิษฐ์)ยี่ห้อZoraki 2914 ขนาด .380 พร้อมซองกระสุน จำนวน 1 กระบอก
โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ผลิตอาวุธปืน (ไทยประดิษฐ์) เพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต (พรบ.อาวุธปืนฯ มาตรา 24) และมีอาวุธปืน,ส่วนควบอาวุธปืน(ลำกล้องอาวุธปืนดัดแปลง) และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”
ก่อนการจับกุมในคดีนี้ เมื่อวันที่ 23 มี.ค.65 เจ้าหน้าที่ตำรวจงานสายตรวจ 3 กก.สายตรวจ
ได้ทำการจับกุมนายจตุพล (สงวนนามสกุล) และนายกกฤษฎา (สงวนนามสกุล) ในข้อหา “ร่วมกันผลิตอาวุธปืน
(ไทยประดิษฐ์) เพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต (พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ มาตรา ๒๔)” เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนขยายผลจนทราบว่า ช่อง Youtube ชื่อว่า “แม่สุดใจ” เป็นช่องที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการดัดแปลงอาวุปืน โดยประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงและศึกษาทำตามได้โดยง่าย ซึ่งถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งที่อาจทำให้เกิดภยันตรายสังคม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เร่งรัดสืบสวนต่อไปจนทราบต่อมาว่า ผู้เผยแพร่ช่อง Youtube “แม่สุดใจ” พักอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 1/214 หมู่ 8 ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน
จ.นครปฐม จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และรวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องขอหมายค้นต่อศาลจังหวัดนครปฐม และศาลจังหวัดนครปฐม ได้อนุมัติหมายค้นให้เข้าค้นที่บ้านพักดังกล่าว
ในวันที่ 12 พ.ค.๖๕ เวลาประมาณ 10.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 1/214 หมู่ 8
ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม เพื่อเข้าตรวจค้นตามหมายค้นของศาลจังหวัดนครปฐม เมื่อไปถึงพบนายพศิน (สงวนนามสกุล) อยู่ภายในบ้านสถานที่จะทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบของกลางรายการที่ 1 – 18 อยู่บริเวณห้องชั้น 3 ของบ้านที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการตรวจยึดของกลางตามรายการดังกล่าวข้างต้น นายพศิน ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่าเมื่อวันที่ 11 พ.ค.65 เวลาประมาณ 17.05 น. ตนได้นำอาวุธปืนแบลงค์กันที่ตนได้ตัดแปลง/ซ่อมแซมแล้ว จำนวน 1 กระบอก (ของกลางรายการที่ 19) ไปจัดส่งให้แก่ลูกค้าที่ Flash express สาขา KRL_SP กระทุ่มล้ม โดยมีหมายเลขพัสดุคือ TH30012TT1PU9P จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ไปตรวจยึดของกลางรายการดังกล่าวที่ Flash express สาขา KRL_SP กระทุ่มล้ม มาตรวจสอบพบว่าเป็นอาวุธปืนแบลงค์กันดัดแปลงจริง จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.โพธิ์แก้ว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
คดีที่ 9 ศปจร.น. ทำการตรวจค้นและตรวจยึด แหล่งผลิตป้ายทะเบียนรถยนต์ที่ไม่ได้รับอนุญาตจากรมการขนส่งทางบก (ป้ายทะเบียนปลอม) จำนวนกว่า 500 รายการ
เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2565 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปจร.น. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ท่าข้าม ทำการตรวจยึดรถยนต์ยี่ห้อ Porsche รุ่น 718 Boxster สีเทา ติดแผ่นป้ายทะเบียนแดง ล-7017 กรุงเทพมหานคร (ป้ายแดงปลอม)
ซึ่งทะเบียนที่แท้จริงของรถยนต์คันดังกล่าว คือ หมายเลขทะเบียน ฆพ 646 กรุงเทพมหานคร เป็นรถยนต์ที่ได้มีการแจ้งหายไว้ ในคดี “ร่วมกันลักทรัพย์ผู้อื่นโดยใช้กลอุบาย” ของ สน.ท่าข้าม จึงได้ทำการสืบสวนขยายผลหาแหล่งผลิตและช่องทางการซื้อขายเอกสารประกอบรถยนต์ปลอม
ต่อมาในวันที่ 17 พ.ค. 2565 เจ้าหน้าที่ ศปจร.น. พบมีการขายป้ายทะเบียน (ป้ายแดง) พร้อมสมุดคู่มือประจำรถใช้กับเครื่องหมายพิเศษ (สมุดคุมป้ายแดง) ผ่านช่องทางออนไลน์ จึงได้ทำการล่อซื้อเอกสารดังกล่าวจาก
นายปัญญาฯ (ทราบชื่อภายหลัง) สามารถตรวจยึดแผ่นป้ายทะเบียน (ป้ายแดง), สมุดคุมป้ายแดง และอุปกรณ์จำนวน 38 รายการ นำส่งพนักงานสอบสวน สน.บางชัน รายละเอียดของกลางดังนี้
ชุดแผ่นป้ายทะเบียน (ป้ายแดง) พร้อมสมุดคู่มือ จำนวน 32 ชุด (1 ชุด ประกอบด้วย แผ่นป้ายทะเบียน
2 แผ่น พร้อมสมุดคู่มือ 1 เล่ม) รวมแผ่นป้ายทะเบียน 64 แผ่น สมุดคู่มือ 32 เล่ม
สมุดคู่มือประจำรถ หมายเลข ท1765 กทม. จำนวน 1 เล่ม
สมุดคู่มือประจำรถยังไม่ระบุหมายเลข 1 รายการ จำนวน 20 เล่ม
ตราปั๊มตัวอักษร ขส สำหรับปั๊มนูนแผ่นป้ายทะเบียน จำนวน 1 ชุด
เครื่องปั๊มตัวเลขอารบิกสำหรับปั๊มสมุดคู่มือ จำนวน 1 ชิ้น
ตลับหมึกสำหรับตรายางสีดำ จำนวน 1 ตลับ
ตลับหมึกสำหรับตรายางสีม่วง จำนวน 1 ตลับ
รวมแผ่นป้ายทะเบียน จำนวน 64 แผ่น สมุดคู่มือ 53 เล่ม อุปกรณ์อื่นๆ 4 รายการ
จากนั้นได้ทำการสืบสวนขยายผลถึงนายสรพงษ์ฯ (ทราบชื่อภายหลัง) พบว่าเป็นผู้นำสมุดคุมป้ายแดงมาส่งให้กับนายปัญญาฯ จึงได้ทำการล่อซื้อสมุดคุมป้ายแดงจากนายสรพงษ์ฯ สามารถตรวจยึดของกลางเป็นสมุดคุมป้ายแดง จำนวน 54 เล่ม นำส่งพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน
หลังจากนั้น ในวันที่ 19 พ.ค.2565 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปจร.น.สืบสวนขยายผลพบแหล่งผลิต
แผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ปลอม อยู่ที่ร้าน ศ.ศิลป์ ตั้งอยู่เลขที่ 36/56 ถ.กาญจนาภิเษก ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง
จว.นนทบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปจร.น. จึงได้ขออนุมัติหมายศาลจังหวัดนนทบุรี ทำการเข้าค้นแหล่งผลิตดังกล่าว และได้ตรวจยึดของกลางจำนวน 421 ชิ้น รายละเอียดดังนี้
แผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ไม่ได้ผลิตจากกรมการขนส่งทางบกจำนวน 113 แผ่น
แผ่นอลูมิเนียมเตรียมไว้สำหรับผลิตแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์จำนวน 116 แผ่น
เครื่องปั๊มคอม้าใช้สำหรับขึ้นตัวอักษรในการผลิตแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ จำนวน
1 เครื่อง
อุปกรณ์อื่น ๆ เช่น แม่พิมพ์อักษร, แม่พิมตัวเลข, แม่พิมจังหวัด ฯลฯ ซึ่งใช้ผลิตแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์และรถจักรยานยนต์อีกจำนวน 191 ชิ้น
คดีที่ 10 บก.สส.บช.น. ได้ทำการสืบสวนติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดกฎหมาย ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อให้การระดมป้องกันปราบปรามอาชญากรรม สัมฤทธิ์ผล ตามที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย โดยมี
ผลการจับกุมผู้ต้องหา จำนวน ทั้งสิ้น 29 ราย รวม 35 หมายจับ แบ่งเป็นคดีสำคัญและคดีที่น่าสนใจ ดังนี้
1.1 คดีเกี่ยวกับ พรบ.อาวุธปืน ฯ จำนวน 7 คน
1.2 คดีเกี่ยวกับ พรบ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ จำนวน 2 คน
1.3 คดีเกี่ยวกับ การฉ้อโกงประชาชน และ พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ
จำนวน 12 คน
1.4. คดีเกี่ยวกับ การกระทำความผิดอาญาอื่น จำนวน 8 คน
คดีที่ 11 วันที่ ๒๐ พ.ค. ๖๕ เวลาประมาณ ๑๗.๔๐ น. ได้ทำการจับกุมนายเสรี อายุ ๒๒ ปี ในความผิดฐานกระทำผิดฐาน“ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส” พร้อมด้วยของกลางคือ
มีด ยาวประมาณ ๒๘ ซม. (รวมด้าม) จำนวน ๑ เล่ม
กางเกงยีนส์ขาสั้น จำนวน ๑ ตัว
สืบเนื่องจาก วันที่ ๒๐ พ.ค.๖๕ เวลาประมาณ ๑๐.๕๐ น. ได้รับแจ้งว่า มีคนร้ายจำนวน ๑ คน
ใช้อาวุธมีดแทงเข้าที่บริเวณลำตัวของ นายณัฐพลฯ หรือนายบอส ได้รับบาดเจ็บแล้วหลบหนีไป ผู้บาดเจ็บรักษาตัวที่โรงพยาบาลหัวเฉียว เหตุเกิดที่บริเวณทางเท้าหน้าร้านมาวินกลการ จำกัด ถนนหลวง แขวงบ้านบาตร
เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ จึงได้ประกอบกำลังกันออกไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ ภายหลังเกิดเหตุโดยทันที จนทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายเสรี และยอมรับว่าตนเป็นผู้พึ่งก่อเหตุทำร้ายร่างกายโดยใช้อาวุธมีดแทงทำร้ายนายณัฐพลฯ จริง จึงแจ้งให้ผู้ถูกจับกุมทราบว่าต้องถูกจับกุม แจ้งข้อกล่าวหาพร้อมสิทธิ์ให้ทราบ แล้วนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
คดีที่ 12 เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 65 เวลาประมาณ 07.00 น. ได้มีเด็กนักเรียนโรงเรียนมัธยมย่าน
ปทุมวันถูกชายไทยไม่ทราบชื่อ 2 คน ข่มขู่กรรโชกทรัพย์ ระหว่างทางเดินไปโรงเรียน เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน
สน.ปทุมวัน จึงได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ทราบชื่อภายหลังคือ นายธนกฤต
สงวนนามสกุล อายุ 34 ปี เป็นผู้ขับขี่รถ จยย. ยี่ห้อ YAMAHA MIO GTX 125 i สีดำแดง โดยมี นายนันทศักดิ์ สงวนนามสกุล อายุ 22 ปี เป็นผู้ซ้อนท้าย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน ได้ติดตามจากเส้นทางการหลบหนี
ของคนร้ายจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้ง 2 ราย และนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป จึงอยากประชาสัมพันธ์ถึงพี่น้องประชาชนว่าในช่วงนี้เป็นช่วงที่สถานศึกษาทั่วประเทศเปิดภาคเรียนพร้อมกัน อาจมีผู้ไม่หวังดีเข้ามาฉวยโอกาสก่อเหตุบริเวณรอบสถานศึกษาได้ ซึ่งทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เพิ่มกำลังสำหรับรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนในบริเวณรอบสถานศึกษามากขึ้น
คดีที่ 13 เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 65 เวลาประมาณ 02.50 น. ได้มีคนร้าย จำนวน 4 คน ได้มาก่อเหตุลักทรัพย์ ซึ่งผู้เสียหายได้ตรวจพบพอดีจึงเกิดเหตุทำร้ายผู้เสียหาย จากนั้นกลุ่มคนร้ายได้หลบหนีไปและวนกลับมาอีกครั้ง จำนวน 7 คน กลุ่มคนร้ายก่อเหตุพังร้านค้าของผู้เสียหายโดยใช้อาวุธปืนข่มขู่ ทรัพย์ที่ถูกประทุษร้าย เป็นสินค้ากิ๊ฟช็อป
ความเสียหาย ทั้งหมดประมาณ40,000บาทโดยฝ่ายสืบสวนสน.จักรวรรดิได้จับกุมตัวผู้ต้องหาที่ก่อเหตุแล้วจำนวน
2ร ายดังนี้
นายโน้ต สงวนนามสกุล (จับกุมแล้ว)
น.ส.จริยา สงวนนามสกุล (จับกุมแล้ว)
นายกรณ์ สงวนนามสกุล (ออกหมายจับแล้ว)
หญิงไม่ทราบชื่อ ชื่อเล่นบี (ออกหมายจับแล้ว)
นายรังสรรค์ สงวนนามสกุล
นายนริศ สงวนนามสกุล
ชาย ไม่ทราบชื่อ
ทั้งนี้ฝ่ายสืบสวน สน.จักรวรรดิ ดำเนินการเร่งรัดติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี จำนวน
5 ราย เพื่อมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร., พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สำราญ
นวลมา ผบช.น. ได้เน้นย้ำเพื่อให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนว่า จะมุ่งเน้น การป้องกันอาชญากรรม ให้กับ
พี่น้องประชาชน และเมื่อเกิดเหตุแล้วจะเร่งทำการ สืบสวน ติดตามจับกุม คนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็วทุกคดีและจะดำเนินการกวาดล้างอาชญากรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครมีความปลอดภัยมากที่สุด
บช.น. ขอเรียนพี่น้องประชาชนว่า ถึงแม้ว่าช่วงนี้จะมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด – 19
แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและยาเสพติดอย่างเคร่งครัด พบเห็นหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำความผิด โปรดแจ้งสายด่วน ๑๙๑ หรือสถานีตำรวจท้องที่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

You may have missed