ตำรวจนครบาลพร้อมด้วยตำรวจ191 ร่วมกันแถลงข่าวผลการปฏิบัติงาน 3 คดีสำคัญ พร้อมของการหลายรายการ ยาบ้า ไอซ์ เคตามิน ยาอี

ตำรวจนครบาลพร้อมด้วยตำรวจ191 ร่วมกันแถลงข่าวผลการปฏิบัติงาน 3 คดีสำคัญ พร้อมของการหลายรายการ ยาบ้า ไอซ์ เคตามิน ยาอี

วันที่ 10 ส.ค.65 เวลา 13.30 น.

พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น., พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รอง ผบช.น., พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.สำเริง สวนทอง รอง ผบช.น. พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ รอง ผบช.น. ได้แถลงผลการปฏิบัติที่น่าสนใจ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

คดีที่ 1 คดีฉ้อโกง หลอกทำบุญ ผลงาน กก.สส.บก.น.5 วันที่ 8 ส.ค.65 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุม นายธนวิทย์ฯ อายุ 48 ปี สถานที่จับกุม บริเวณหน้าตึกแถว บี.บี.การ์เดนท์ เลขที่ 170/22 ห้อง 6 หมู่ที่ 3 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม พร้อมด้วยของกลาง 1. รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นฟอซ่า 350 สีน้ำเงิน จำนวน 1 คัน 2. เสื้อ – กางเกง ( สวมใส่ ก่อน – หลังก่อนเหตุ ) จำนวน 3 ตัว 3. อุปกรณ์อะไหล่รถยนต์ ( นำเงินที่ได้จากการกระทำความผิดมาซื้อ ) โดยกล่าวหาว่า “ฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น“ เนื่องด้วยเมื่อวันที่ 19 ก.ค.65 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางโพงพาง ได้รับแจ้งเหตุ คนร้ายหลอกให้ผู้เสียหายผู้เป็นเจ้าของบริษัทฯ ย่านพระราม 3 โดย คนร้ายแสดงตัวเป็น เจ้าของบริษัทฯ ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกัน จากนั้นเชิญชวนทำบุญ โดยใช้อุบายว่าจะนำเงินไปสร้างห้องเรียนให้นักเรียนด้อยโอกาสในพื้นที่ต่างจังหวัด เป็นเงินจำนวน 90,000 บาท ต่อมาผู้เสียหายทราบว่าตนถูกหลอกจึงไปแจ้งความ สน.บางโพงพาง เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 5 เข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุและกล้องวงจรปิดตลอดเส้นทางหนีของคนร้าย ทำให้ทราบตำหนิรูปพรรณคนร้าย ยานพาหนะและเส้นทางหลบหนีจากที่เกิดเหตุ ไปจนถึงที่พักของคนร้ายบริเวณ อำเภอพุทธมณฑล ต่อมาจากการตรวจสอบแผนประทุษกรรมเก่าจากข่าว ทราบว่าคนร้ายเคยก่อเหตุในพื้นที่ สน.เทียนทะเล จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.เทียนทะเล จึงทราบชื่อสกุลคนร้าย นำไปตรวจสอบประวัติอาชญากรรม พบว่าคนร้ายมีหมายจับค้างเก่าของสน.บางโพงพาง และมีตำหนิรูปพรรณตรงกับภาพจากกล้องวงจรปิดตามเหตุเมื่อวันที่ 19 ก.ค.65 เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงไปตรวจสอบที่บริเวณหน้าที่พัก พบยานพาหนะที่คนร้ายใช้ และพบว่าที่พักดังกล่าวเป็นร้านขายอะไหล่รถยนต์จึงวางกำลังซุ่มดูบริเวณโดยรอบ ต่อมาพบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณคล้ายคนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้ จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ จากการซักถาม คนร้ายให้การว่า หลังจากพ้นโทษ ปลายปี พ.ศ.2563 ได้ก่อเหตุในลักษณะนี้มาประมาณ 50 ครั้ง บริเวณพื้นที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร, สมุทรสาคร, สมุทรปราการ, นครปฐม, ปทุมธานี และ นนทบุรี ซึ่งเป็นแหล่งธุรกิจของบริษัทอุตสาหกรรม เมื่อได้เงินจากการหลอกผู้เสียาย จะนำเงินไปซื้ออุปกรณ์แต่งรถ เพื่อนำมาขายที่ร้าน รวมถึงเล่นการพนันซื้อยาเสพติดบางส่วน

คดีที่ 2 จับกุมขบวนการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดเครือข่ายนนทบุรี ผลงาน กก.2 บก.สส.บช.น. วันที่ 8 สิงหาคม 2565 เวลาประมาณ 03.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 2 ราย บริเวณลานจอดรถหน้า จินดา อพาร์ตเมนต์ ต.บางขุนกอง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ต่อเนื่อง ห้องหมายเลข 1 จินดา อพาร์ตเมนต์ ต.บางขุนกอง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ดังนี้ 1.นายธนวัฒน์ฯ อายุ 26 ปี 2.นายขจรฯ อายุ 28 ปี พร้อมด้วยของกลาง 1.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวนประมาณ 450,000 เม็ด 2.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) น้ำหนักรวมประมาณ 38.6 กก. 3.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน ) น้ำหนักรวมประมาณ 3,700 กรัม (จำนวน 10 แท่ง) 4.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)แบบผงบรรจุซองสีแดง จำนวน 25 ถุง น้ำหนักรวมประมาณ 400 กรัม 5.ยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (คีตามีน) น้ำหนักรวมประมาณ 32.40 กก. 6.ไฟร์ ไฟร์ (แผงละ 10 เม็ด) รวม 10,900 เม็ด 7.ยาอี 3,000 เม็ด 8.สาร THC แบบเม็ด จำนวน 30 เม็ด 9.อาวุธปืน .38 จำนวน 1 กระบอก กระสุน 2 นัด 10.โทรศัพท์ 3 เครื่อง 11.ตรวจยึดรถยนต์ 2 คัน โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1(เมทแอมเฟตามีน ยาบ้า ไอซ์ เฮโรอีน) อันเป็นการมีไว้เพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปและร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 โดยไม่ได้รับอนุญาต, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่รับอนุญาต” สืบเนื่องจาก ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.บช.น. ได้ทำการจับกุม นายเอกชัยฯ พร้อมพวก 3 นาย เมื่อวันที่ 6 ก.ค.65 จึงได้ทำการสืบสวนขยายผลเรื่อยมาจนพบว่า มีกลุ่มของนายธนวัฒน์ฯ กับพวก มีพฤติการณ์ส่งยาเสพติดให้กับลูกค้าย่านจังหวัดนนทบุรี และกรุงเทพมหานคร และพักอาศัยย่านนครอินทร์ โดยไปรับยาเสพติดมาจากย่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อนที่นำจะพักไว้ในห้องเช่า จินดา อพาร์ตเมนต์ ต.บางขุนกอง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ข้างวัดไทยเจริญ (บ้านจีน) ก่อนที่จะนำส่งให้กับลูกค้าโดยใช้รถยนต์ฮอนด้า CRV สีดำ ทะเบียน 1ขฆ-873 กรุงเทพฯ ในการส่งยาเสพติด จึงได้ทำการเฝ้าติดตามพฤติกรรมเรื่อยมา จนกระทั่งเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2565 เวลาประมาณ 01.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่ารถยนต์ของกลุ่มดังกล่าวเดินทางออกจากบ้านพักย่านนครอินทร์ มุ่งหน้าวงแหวนตะวันตก และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและได้สั่งการให้นำกำลังไปเฝ้าสังเกตุการณ์บริเวณห้องพักจินดา อพาร์ตเมนต์ ต.บางขุนกอง-3-อ.บางกรวย จ.นนทบุรี และบริเวณใกล้เคียง จนกระทั่งเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2565 เวลาประมาณ 03.30 น.พบรถยนต์ฮอนด้า CRV สีดำ ติดแผ่นป้ายทะเบียน 1 ขฆ-873 กรุงเทพฯ ขับเข้ามาจอดบริเวณลานจอดด้านหน้าห้องพักจินดา อพาร์ตเมนต์ ต.บางขุนกอง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ซึ่งเจ้าหน้าที่เห็นเหตุการณ์โดยตลอด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าแสดงตัวตรวจค้นจับกุมพบของกลางดังกล่าว จากการสอบถาม นายธนวัฒน์ฯ และนายขจรฯ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยนายธนวัฒน์ฯ รับว่าตนเองทำมาแล้วประมาณ 1 ปี ทั้งนี้ตนเองนั้นไม่มีอาชีพที่แน่นอน ส่วนนายขจรฯ รับว่าตนเองทำมาแล้วประมาณ 6 เดือน ก่อนหน้าที่จะมาส่งยาเสพติดทำงานร้านสะดวกซื้อมาก่อน จึงได้จับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

คดีที่ 3 191 ทลายเซฟเฮ้าส์ซุกซ่อนยาเสพติดชายขอบเมืองกรุง ผลงาน บก.สปพ. วันที่ 6 ส.ค.65 เวลา 04.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาบริเวณบ้านเลขที่ 41/14 หมู่บ้านกรีนวิลล์ หมู่ 11 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี และถนนภายในหมู่บ้านกรีน จำนวน 2 ราย ดังนี้ 1. นายบรรณเจิด หรือโน๊ต (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี 2. นายสุระวุฒิ หรืออ้วน (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า นายบรรเจิด “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” นายสุระวุฒิ “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาอี, ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (ไฟว์-ไฟว์, เคตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมด้วยของกลาง 1. ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) น้ำหนัก 50 กิโลกรัม 2. ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) น้ำหนัก 170 กรัม 3. ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาอี) จำนวน 5,100 เม็ด 4. วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (Five Five) จำนวน 7,290 เม็ด 5. วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เคตามีนชนิดเกล็ด) น้ำหนัก 290 กรัม 6. รถกระบะ จำนวน 2 คัน 7. โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่องรวมมูลค่ายาเสพติดที่ตรวจยึดได้ 7,322,500 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจ ๑๙๑ สืบสวนขยายผลสืบสวนเครือข่ายยาเสพติดจากผลจับกุมที่ผ่านมา จนกระทั่งเมื่อวันที่ 6 ส.ค.65 ช่วงเช้า ทราบว่า นายบรรณเจิด หรือโน๊ต (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาที่ 1 และ นายสุระวุฒิ หรืออ้วน (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาที่ 2 ร่วมกันใช้รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็ก สีเทา และรถยนต์กระบะยี่ห้อฟอร์ด รุ่นแรนเจอร์ สีดำ นำยาเสพติดจำนวนมากมาเก็บซุกซ่อนไว้ที่บ้านเลขที่ 41/14 หมู่บ้านกรีนวิลล์ หมู่ 11 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจไปเฝ้าสังเกตุการณ์บริเวณหมู่บ้านกรีนวิลล์ จนกระทั่งเวลาประมาณ 04.00 น. ได้พบ นายบรรเจิด หรือโน๊ตฯ ผู้ต้องหาที่ 1 ยกกระสอบสีขาว ภายในบรรจุสิ่งของมีน้ำหนัก จากภายในบ้านเลขที่ -4-41/14 หมู่บ้านกรีนวิลล์ มาใส่ไว้ในรถยนต์กระบะ อีซูซุ ดีแม็ก โดยมีท่าทางเป็นพิรุธคล้ายผู้กระทำผิด หรือมีสิ่งของผิดกฎหมายไว้ในครอบครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าสิ่งของในกระสอบดังกล่าวเป็นยาเสพติดที่กำลังจะนำส่งให้กับลูกค้า จึงเข้าแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบ ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) จำนวน 16 ห่อ ห่อละ 1 กิโลกรัม รวมน้ำหนัก 16 กิโลกรัม บรรจุอยู่ในกระสอบสีขาวภายในรถกระบะอีซูซุ รุ่นดีแม็ก สีเทา จากนั้นผู้ต้องหาที่ 1 ได้นำพาเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นภายในบ้านพัก โดยในบริเวณชั้นที่ 2 พบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) จำนวน 34 ห่อ ห่อละ 1 กิโลกรัม รวมน้ำหนัก 34 กิโลกรัม เก็บไว้ภายในห้องพัก ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจค้นบ้านเลขที่ 41/14 อยู่ ได้มีรถกระบะฟอร์ด รุ่นแรนเจอร์ สีดำ ขับผ่านบริเวณหน้าบ้านไป โดยมีลักษณะการขับขี่ที่มีพิรุธต้องสงสัย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เรียกให้หยุดรถเพื่อขอตรวจค้น โดยมีนายสุระวุฒิ หรืออ้วน (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาที่ 2 เป็นผู้ขับขี่ จากการตรวจค้นพบ ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) น้ำหนัก 170 กรัม, ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาอี) จำนวน 5,100 เม็ด, วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (Five Five) จำนวน 7,290 เม็ด, วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เคตามีนชนิดเกล็ด) น้ำหนัก 290 กรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในรถ ในชั้นจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองให้การ “รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา” โดยยาเสพติดดังกล่าวได้จัดเตรียมไว้เพื่อจำหน่ายให้กับลูกค้าเพื่อรับนำไปจำหน่ายให้กับลูกค้ารายย่อยอีกทอดหนึ่ง จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางไปทำการซักถามและขยายผลถึงผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป ในการตรวจสอบประวัติเบื้องต้นไม่พบว่าผู้ต้องหาทั้งสองเคยมีประวัติในการกระทำความผิดมาก่อน พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. ได้เน้นย้ำเพื่อให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนว่า จะมุ่งเน้น การป้องกันอาชญากรรม ให้กับพี่น้องประชาชน และเมื่อเกิดเหตุแล้วจะเร่งทำการ สืบสวน ติดตามจับกุม คนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็วทุกคดีและจะดำเนินการกวาดล้างอาชญากรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครมีความปลอดภัยมากที่สุด บช.น.

ขอเรียนพี่น้องประชาชนว่า ถึงแม้ว่าช่วงนี้จะมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด – 19 แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและยาเสพติดอย่างเคร่งครัด พบเห็นหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำความผิด โปรดแจ้งสายด่วน ๑๙๑ หรือสถานีตำรวจท้องที่ ……………………………………………………………………………….

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

You may have missed